"ยาสั่ง"
หลายท่านคงเคย ได้ยิน กันมาบ้าง อาจจะที่ใดที่หนึ่ง
แต่ลุงว่า มันก็เหมือนกับอวิชชา แน่นอน
ย่อมมี รากฐานมาจาก ความ ไม่พอใจของ
คู่กรณีทั้งสองฝ่าย จนเกิด "ยาสั่ง"
ขึ้นมา
........มีเรื่องเล่ากันปากต่อปากว่า
"ยาสั่ง" นั้นเป็น วิชาที่แพร่หลาย
มาก ทางภาค ใต้ของไทย โดยที่เรา ยังสับสนกันอยู่ว่า
"ยาสั่ง" นั้น อยู่ระหว่าง
ไสยศาสตร์ และ ยาพิษ ซึ่งเป็นการยากมาก
ที่วิชา นี้จะ เผยแพร่ ออกมา เพราะถ้า
เปิดเผย ออกไปก็เป็น อันตราย ต่อ ตัวเอง
.ท่านผู้ชมอาจจะสงสัยว่า
ลุงคำ หาอะไรมา แล้วมันเกี่ยว อะไรด้วย
ทั้ง ๆที่มันเรื่องของไสยศาสตร์ และยาพิษ
แต่ก็นั่น แหล่ะ ลุงคิดว่า ในเมื่อมี
ยาพิษ ก็ย่อมต้อง มียาถอน พิษ เสมือน
เมื่อจะป้องกันพวก ้hacker ก็ต้องเรียนรู้วิธี
การของ hacker
......ยาสั่งก็เช่นเดียวกัน
ก็เหมือนกับยาพิษ ซึ่งยาพิษนั้น ส่วนมากมักจะเป็นสารเคมี
เช่น สารหนู สตริกนิน ยาฆ่าแมลงต่าง
ๆ นำเอาสารพิษดังกล่าวไปผสมกับเนื้อหมู
หรือ ข้าวเหนียว (คือ ถ้าอยากให้คนนั้นตาย
ด้วยอะไร ก็ใช้เหยื่อพิษนั้น ๆ ผสมเข้าไป)
สูตรยาสั่งที่พบนั้นตามตำราโบราณ กล่าวไว้ว่า
ให้ใช้ตัว กิ่งก่า ยักษ์กิน อาหาร พิษเข้า
ไปแล้วก็ตาย จากนั้นก็นำไปปิ้งไฟให้เกรียม
แล้วนำมาบดให้เป็นผง จากนั้น ก็นำผงยาพิษนั้นไป
โรยใส่อาหาร ให้ผู้เคราะห์ร้ายกิน ซึ่งตอนแรกนั้น
อาการยังไม่ออก เท่าไหร่ขึ้น อยู่กับว่าทาง
ผู้ที่โดยยาสั่ง นั้นๆไปกินเนื้อหมู
หรือข้าวเหนียวเข้าไปในร่างกาย สารพิษก็จะออกมา
...... และจากประสบการณ์ของท่านผู้หนึ่งซึ่งลุงลองเข้าไปค้นหาจาก
Google กล่าวถึงสูตรการปรุงยาสั่งว่า
สูตรนี้เริ่ม จาก"ตะขาบ"โดยให้หาตะขาบไฟแดง
ตัวล่ำๆมาสักสิบ ยี่สิบตัวแล้วเอาไปขังไว้ใน
โหลยาดอง ใบโตๆหน่อย จากนั้นเข้าป่าไปหาตัว............(ไม่บอก)
มาใส่กล่องเลี้ยงใว้สักหลายๆตัว ทีนี้ก็เอาอะไรมาก็ได้ที่จะ
เอามาทำกระสายยา มาเลี้ยง ตัว..(ปริศนา)..นี้
เช่น อยากจะเบื่อไก่ก็เลี้ยงด้วยไก่
เบื่อกาแฟก็เลี้ยงมัน ด้วยเมล็ดกาแฟ
...... พอเลี้ยงดูกันจนอ้วนท้วนดีแล้วก็จับเชือดผ่าเอาตับออกมาเลี้ยงตะขาบไฟแดง
หิวโซที่เตรียมเอาใว้ พอเลี้ยงๆ ไปตะขาบมันก็จะอึ(ขี้นั้นแหละ)ออกมาสังเกตุดูจะเห็นเป็น
เม็ดสีน้ำตาลเข้มๆ เม็ดเล็กๆ จัดการเอาตะเกียบคีบ
ตะขาบออกมาจากโหล (จะเอาไปใว้ไหน ก็ตามใจ)แล้วเก็บเอาอึ(ขี้)
ตะขาบออกมา ให้หมดแล้วเอามาใส่ครกบดยา
จัดแจงบดให้ละเอียดแล้ว เก็บสะสมไว้
ให้ได้มากๆ นั้นแหละยาสั่งอย่างดี โดนเข้าไปแล้วอาการจะเป็น
เหมือนคน หัวใจ ล้มเหลว
...... ยาสั่งนั้นมีอยู่หลายชนิด
ขึ้นอยู่กับส่วนผสม ของแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน
ยาสั่งชนิด เดียวกัน เมื่อนำมาใช้ การออกฤทธิ์
ก็ต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแต่ละคนด้วย
บางคนอาจจะเกิดอาการ ทันที บางคนอาจกว่า
จะเกิดอาการอาจจะนานกว่านั้น เพราะพิษตกค้างอยู่ในร่างกาย
ซึ่งตามวิชาทาง แพทย์ศาสตร์นั้น ร่างกาย
มนุษย์ย่อมสามารถขับพิษหรือของเสียออกจากร่างกายได้ตามธรรมชาติ
แต่ระยะเวลา จะสั้นยาวหรือเท่าไหร่นั้น
ก็เพราะความแตกต่างอย่างที่ลุงเล่าข้างต้น
สำหรับตำรายาถอนพิษนั้น
วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ การใช้ "แตงจีน"
โดย การเอาแตงจีน มาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วใช้ดื่ม
ต่างน้ำ ส่วนเนื้อแตงกวา ก็กินต่างข้าว
ประมาณ 7 วัน ก็สามารถขับพิษออกไปได้
แต่จะได้ผลต้อง รักษากัน แต่เนิ่น ๆ
อย่าให้เกิดการกระสาย ยาตาย ไปก่อน
........บางตำราซึ่งเป็นที่นิยมกันนั้น
ก็คือ นำเอารากของต้นรางจืด ชนิดเถามีดอกสีม่วงอ่อน
ๆ(Thunbergia Laurifolia Lindl) มาฝนกับน้ำซาว
ข้าวให้คนไข้รับประทาน (ควรใช้รากแก่
ๆ โตเท่านิ้วชี้) 3 ้ช้อนโต๊
ถ้าหากรากไม่แก่พอ
ให้ใช้ใบรางจืด 7 - 12ใบตำผสม กับน้ำซาวข้าว
ประมาณ 6 ช้อนโต๊ะให้คน ไข้ดื่ม โอสถสารของ
รางจืดจะไปทำลาย พิษยาสั่งให้หมดฤทธิ์
คนไข้ก็จะปลอดภัยในเวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้น
............รางจืดเป็นพืชทีเกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าทั่วประเทศไทย
รูปลักษณะของเถานั้นกลมๆ และโตประมาณ
ขนาด นิ้วมือ อย่างขนาดเถาใหญ่เท่าหัวแม่มือก็มี
ตามเถามีข้อ และมีปล้องยาวๆ มีใบแตกขึ้นตามข้อของ
เถาข้อละ ๒ ใบ เป็นเถายาวๆ เลื้อยพันขึ้นไปบนต้นไม้หรือกิ่งไม้ผิวใของเถาเป็นสีเขียว
รางจืดในประเทศไทยมี ๓ ชนิดคือ
๑. ชนิดเถาวัลย์
แบ่งออกเป็น
๓ ชนิดคือ ดอกสีม่วง ดอกสีเหลือง
และดอกสีขาว ชนิดดอกสีม่วงมีคุณสมบัติในการรักษาพิษต่างๆ
รุนแรงที่สุด (THUNBERGIA LAURIFORIA
) รางจืดชนิดเถาวัลย์ หากดินสมบูรณืให้ความชื้นโดยรดน้ำวันละครั้ง
หรือเว้นวันครั้ง ต้นจะงามตลอดปี
ใบจะสดเขียวชอุ่มตลอดปี เมื่อมีอายุตั้งแต่
๖ เดือนขึ้นไป ย่อมจะขุดเอารากมาใช้เป็นยาได้
และโอสถสารอยู่ที่ใบสดและราก ซึ่งนำมาใช้เป็นยาได้ตลอดปี
๒. ชนิดต้น
เรียกว่า รางจืดต้น
หรือต้นหิงหาย " ต้นเป็นพุ่มสูงประมาณ
๑ เมตรเศษ ใบคล้ายใบถั่วแระ และมีฝักคล้ายฝักถั่วแระ
รางจืดชนิดนี้มีโอสถสารใช้แก้พิษต่างๆ
ไม่ได้ผลเท่ากับรางจืดชนิดเถาวัลย์
(MILICLA KITYANA )
๓.
รางจืดชนิดว่าน
มีหัวเหมือนหัวขมิ้นชัน หัวมีกลิ่นหอมสีขาวหรือเหลืองอ่อน
โอสถสารของรางจืดชนิดนี้อย ู่ที่หัว
ใช้หัวตำกับน้ำซางข้าว หรือ สุราโรง
ได้ผลดีพอสมควร แต่มีข้อเสียอยู่ที่ปีหนึ่งจะงอกเจริญ
เติบโตในฤดูฝน ครั้งเดียว พอพ้นฤดูฝนไปแล้ว
ลำต้นจะเหี่ยวเฉาตายและหัวจะฝังอยู่ในดิน
หากดินแฉะจะทำให้หัวเน่า จึงต้องขุดหัวของมันขึ้นมาเก็บเอาไว้
หน้าฝนปีใหม่จึงนำมาปลูกลงดินใหม่
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
........เกี่ยวกับคุณสมบัติของใบ
หรือรากรางจืดในการใช้รักษาอาหารเป็นพิษ
แก้พิษของพืช หรือ สัตว์ที่เป็นพิษ
แก้พิษของยาฆ่าแมลงต่างๆ แก้พิษยาพิษ
ยาสั่ง หรือแก้ อาการแพ้ยาเคมี หรือ
ยาปฏิชีวนะต่างๆ และรางจืดจะใช้แก้เมาค้างต้องเอาใบมาตำกับน้ำซาวข้าวแล้วกรอกปากคน
เมาเข้าไป จึงจะสร่าง
........รางจืดนอกจากจะใช้กับคนถูกยาสั่งแล้ว
ยังใช้กับสัตว์พวกสุนัข วัวควาย ที่กินหญ้ามียาฆ่าแมลงเข้าไปก็ได้
กล่าวคือ ใช้ใบรางจืด 10 - 20 ใบตำกับน้ำซาวข้าว
แล้วกรอกเข้าไปในปากของสัตว์ประมาณ
1 ถ้วยแก้ว หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง
สัตว์เหล่านั้นก็จะหายเป็นปกติดีดังเดิม
........รางจืดนั้น
คนที่ชอบเดินป่านั้นจำเป็นต้องรู้ไว้เพราะในป่านั้นถ้ากินอะไรที่ผิดเข้าไป
อาจจะทำให้เกิดอันตราย กับชีวิตได้
ซึ่งรางจืดจะหาได้ง่ายทั่วไปในป่า
หรือถ้าไม่มีก็พกติดกระเป๋าเดินทางไปด้วย
........ยาสั่งนั้น
ปัจจุบันอาจจะไม่ได้ยินกันเท่าไหร่
เพราะถือว่าเป็นอวิชชาที่อันตราย
และถึงจะมีคนศึกษาเรียนร ู้ก็ไม่
เปิดเผยกันได้ง่าย ๆ เพราะถ้าใช้ในทางที่ผิดย่อมไม่เกิดผลดีแน่
แต่ลุงว่า เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว
คนเราจิตใจมันย่ำแย่ขนาดหนัก ฆ่ากันได้ง่ายๆ
เหมือนผักเหมือนปลา นี่หรือเมืองพุทธ
ลุงนำบทความนี้ขึ้นมา เพื่อหวังให้เรารู้จักป้องกัน
นำรางจืด มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน
***กระสายยา
คืออะไร ??
หลายท่านอ่านอาจจะสงสัย กระสายยาคือ
ตัวยาที่แทรกลงไปในยาที่ปรุงหรือผสมเป็นยาเรียบร้อยแล้ว
เพื่อให้ฤทธิยาแรงขึ้น และมีสรรพคุณตรงกับโรคและอาการ
ตัวยานั้นทำจากการฝน บีบ คั้น หรือ
การต้ม การแช่ อย่างใดอย่างหนึ่ง
อาจจะทำมาจากพืช สัตว์ ธาตุวัตถุจะเป็นผง
หรือน้ำก็ตาม เราเรียกว่า กระสายยา
*** อ่านข้อมูล ยาแทรกและน้ำกระสายยา**
comming soon !! (เร็ว ๆ นี้)
ข้อมูลประกอบ
ตำรายาไทยจีน
Primative Medicine ร.ศ. พัฒน์ สุจำนงค์
ตำราแพทย์เภสัชกรรมแผนโบราณ โดยหมอมานะ
ไทยวิบูลวงศ์ 2518
http://server34.hypermart.net/equinoxsiam/up4/mag-up4.html
http://www.trekkingthai.com/cgibin/webboard/generate.pl?board=
travel&content=0508
|