..ว่านหางจระเข้..พูดถึงว่านนี้แล้ว
เรียกได้ว่า ผมรู้จักมากกว่าว่านชนิดอื่นซะอีก
เพราะว่า สมัยเด็ก ๆ ว่านชนิดนี้
แม่ผมชอบที่จะ เอามาใช้ แปะ ที่แผล
เวลาที่ผมโดนไฟลวก...
.....พอโตขึ้นมาหน่อย...ผมก็ได้รู้เพิ่มเติมอีกว่า
ว่านชนิดนี้นอกจากจะรักษาแผลลวกได้แล้ว
แม่ยัง นำวุ้นของมันมาให้ทานอีก...เรียกว่าประโยชน์มีไม่น้อยเชียวครับ
ทีนี้เรามาลองดูกันว่า ว่านหาง จระเข้มีประโยชน์อะไรนอกเหนือจากที่ผมเล่าให้ฟังบ้าง
ตามตำรากล่าวไว้ว่า
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอัฟริกา
แต่แปลกคนไทยรู้จัก มา นานแล้วเหมือนกันว่านหางจระเข้
จัดเป็นพืชล้มลุก ลำต้นสั้น ใบเดี่ยว
เรียงรอบต้น กว้าง 5 - 12 ซม. ยาว
30 - 80 ซม. ใบจะงอกขึ้นมาจากดิน
ลักษณะใบจะหนาอวบ มีน้ำมาก รูปร่างยาว
ปลายแหลม ริมใบหยัก และมีหนาม ผิวใบสีเขียวใส
จะมีรอยกระสีขาว ภายในใบมีวุ้น และเมือกมาก
ดอกออก จากกลางต้นเป็นช่อ ก้านดอก
ยาวมาก ดอกเป็นหลอด ปลายแยกสีส้ม
แดงออก เหลืองเล็กน้อย
ว่านหางจระเข้
มีชื่อ วิทยาศาสตร์ ว่า Aloe barbadensis
Mill อยู่ใน วงศ์ LILIACEAE
โดย มีชื่อเรียกตามภาคต่าง ๆ ว่า
ว่านไฟไหม้ (ภาคเหนือ), หางตะเข้
(ภาคกลาง)
ส่วนที่เป็นยานั้น
จะนำวุ้นจากใบสด มาใช้ โดยอายุที่เหมาะสมสำหรับเก็บนั้นจะอยู่ประมาณ
1 ปี โดยสรรพคุณ นั้น ตำรายาไทย ใช้น้ำยางสีเหลือง
จากใบ เคี่ยวให้แห้ง เรียกว่า ยาดำ
เป็นยา ระบาย นอกจานี้ยังใช้วุ้นสด
จาใบปิดขมับแก้ปวดหัว และสรรพคุณที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ
ใช้วุ้นสุดรักษา แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
แผลไหม้เกรียมจากแสงแดด และรังสี
แผลสดเรื้อรัง หรือจะกินเพื่อ ใช้
รักษาแผลในกระเพาะอาหารก็ได้
นอกจากนี้แล้วในวงการเครื่องสำอางค์
ก็ยังน้ำว่านหางจระเข้มาใช้เป็นวัตถุดิบผลิต
เครื่องสำอางค์ มากมายหลายชนิด เช่น
แชมพูสระผม ครีมกันแดด ฯลฯ
บางที่ก็นำมาทำ
น้ำ Aroevera ส่งออกต่างประเทศ ก็ทำรายได้มหาศาลได้อีก
แต่ที่ผมแปลกสุด ก็คือ บางบริษัทนำใบว่านหางจระเข้
มาทำเป็นชาสมุนไพร ชงดื่ม อีก เรียกได้ว่า
แปรรูปกัน ทุกส่วน เลยครับ
ทีนี้โม้มามาก
ลองมาดูว่า วิธีใช้ว่านหางจระเข้จะทำอย่างไร
ก่อนอื่น เลือกใช้ใบล่างสุดของต้นก่อน
ล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือกสีเขียวออก
ล้างเอาน้ำยางสีเหลืองออกให้หมด เรียกได้ว่า
ล้างหลาย ๆ น้ำเลยนี่แหล่ะ เพราะน้ำยางจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง
และอาการแพ้ได้แล้วก็ขูดเอาวุ้นใสปิด
พอกบริเวณแผล หรือฝานเป็นแผ่นบาง
ๆ ปิดแผล พันด้วยผ้าพันแผลที่สะอาด
เปลี่ยนวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น
จนกว่าแผลจะหาย
ถ้าจะบรรเทา
อาการปวด ศรีษะก็ฝานตามขวางแล้วเอาปูนแดงทาบนวุ้น
เอาด้านที่ทาปูนแดงปิด บนขมับ ข้อควร
ระวังอีกอย่างของการใช้ว่านหางจระเข้
ต้องใช้สด ๆ นะครับ และไม่ควรทิ้งวุ้นไว้นาน
เกิน 24 ชั่วโมง และควรเก็บในที่เย็น
เพราะตัวยาจะสลายได้ง่ายมาก เมื่อถูกความร้อน
ท่านผู้อ่านคงจะทราบบ้างแล้วนะครับว่า
ว่านหางจระเข้ จะช่วยอะไรได้บ้าง
ถ้ามีเวลาผมคงต้องหาข้อมูลมาเพิ่มเติมอีก
ว่าว่านหางจระเข้ มีประโยชน์อะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง
เพราะได้ข่าวมาว่า ทางผู้ผลิตสมุนไพร
ร่วมมือกับทางม.เกษตรศาสตร์ทำการทดลองแปรรูป
เพื่อความก้าวหน้าในวงการสมุนไพร...ครับ
|