สมุนไพรชนิดนี้น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก
เพราะประโยชน์ ที่เด่นชัดที่สุดของสมุนไพร
ชนิดนี้ที่ทราบ กันก็คือ การรักษาแผลที่ถูกแมลงกัดต่อย
ยิ่ง แมลงป่อง หรือ ตะขาม ยิ่งได้ผลดีมาก
ที่บอก อย่างนี้เพราะ เคยทดลองกับตัวเองบ่อยมาก
เสลดพังพอน
มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า
Clinacanthus nutans (Burm.f)
Lindau อยู่ในวงศ์ ACANTHACEAE
โดยจะมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไป ตามท้องถิ่น
เช่น ทางเชียงใหม่จะเรียกว่า ผัก
มันไก่ หรือ ผักลิ้นเขียด ทางลำปางจะเรียกว่า
พญาปล้องดำ ส่วนทางกะเหรี่ยงก็ใช่ย่อย
เรียก ลิ้นมังกร หรือโพะโซ่จาง ส่วนทางภาคกลางนั้นจะเรียกว่า
เสลดพังพอนตัวเมีย
ลักษณะของเสลดพังพอนนั้นเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย
ลำต้นสูงประมาณ 1 - 3 เมตร ลำต้นสีแดง
มีหนาม ตาม ข้อ ใบยาวเรียว ปลายแหลม
มีเส้นกลางใบสีแดง ออกดอกเป็นช่อ
ออกเป็น กระจุก อยู่ที่ปลายกิ่ง กลับ
ดอกสีส้ม โคนกลีบสีเขียว ไม่ค่อยออกดอก
ผลเป็นผลแห้ง แตกได้
ทีนี้ถ้าเราอยากจะนำมาปลูกที่บ้านเราบ้างละ
จะต้องทำยังไง วิธีการง่าย ๆ ก็คือว่า
เราอาจปลูก โดยใช้ลำต้นปักชำ เลือกกิ่งที่แก่ซํกนิด
ยาวกิ่งละประมาณ 1 - 2 คืบ ปักชำให้ออกรากดีแล้ว
ย้ายลงปลูกในแปลง ดูแลรักษา เหมือนกับพืชทั่ว
ๆ ไป
ส่วนที่ใช้เป็นยา
เราจะใช้ใบสด ช่วงที่เหมาะสมในการเก็บ
คือ เก็บใบขนาดกลาง หรือ ใบเพสลาด
คือ ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป
สรรพคุณ
เป็นสมุนไพรที่มีรสจืด ใบสดใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
แมลงกัดต่อย ผื่นคัน ลดอาการอักเสบของผิวหนัง
หรือจากการแพ้ สารสเตอรอยด์ ผิวหนังอักเสบ
แห้ง ลอก จากการใช้ยาปฏิชีวนะ รักษาโรคเริมและงูสวัสอย่างได้ผลดี
เมื่อเราจะนำมาใช้
มีหลายรูปแบบมาก ถ้าเป็นไม่มากนัก
ก็ใช้ ใบสด 5 - 10 ใบ ตำให้ละเอียด
หรือขยี้ให้ละเอียด แล้วนำมาทาทับบริเวณที่เกิดอาการหรือใช้ใบเสลดพังพอนสด
1 ก.ก. ตำให้ ละเอียด ต่อเหล้าขาว
1 ลิตร คนบ่อย ๆ ให้ตัวยาละลาย หรือใช้ใบเสลดพังพอน
แห้ง 1 ก.ก. ต่อเหล้าขาว 4 ลิตร ใส่โหล
ดองทิ้งเก็บไว้ใช้ได้เป็นปี ๆ
นอกจากวิธีการใช้แบบพื้นบ้านดังกล่าวแล้วนั้น
ด้วยสรรพคุณที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
คือ การนำมาสกัดเป็นครีมต่าง ๆ เช่น
ครีมพญายอ ที่ใช้ได้สะดวกมากขึ้น
|