"ตำลึงนั้นนอกจากที่เราจะ
แค่ นำมาทานเป็นกับข้าวแล้วนั้น ตำลึงมีประโยชน์มากกว่าที่
หลายคนจะคาดคิด"
....มีผักพื้นบ้านจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในใจของคนไทยแทบทุกภาค
ลุงคำว่า ตำลึง... ก็น่าจะติดหนึ่งในนั้น
ทั้งที่ๆ ตำลึง เป็น แค่ผัก พื้นบ้านธรรมดาที่ไม่มีจุด
เด่นอะไร รกๆ อยู่ๆ ไม่จำเป็นต้อง ปลูก
เดินเก็บเอาข้างบ้านก็กินอิ่ม 1 สบายไปอีก
1 มื้อ
.... ไม่ว่าจะนำมาต้มแกงจืดให้กิน
หรือไม่ก็ต้มกิน แกล้มกับ น้ำพริก แต่จะมีใคร
รู้บ้าง ว่า...ตำลึงนั้นนอกจากที่เราจะแค่นำ
มาทานเป็นกับ ข้าวแล้วนั้น คนสมัยก่อน
เห็นเห็นคุณค่าของตำลึง มากกว่านั้น
ตำลึงจัดว่าเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อ
แข็ง มีอายุหลายปี เมื่ออายุมากขึ้น
เถา จะใหญ่และแข็ง เถาสีเขียว ตามข้อ
มีมือเกาะ ใบออกสลับกัน เป็นใบเดี่ยว
รูปร่างค่อนข้างกลม หักมุมเป็นห้ามุม
หรือ เว้าลึกเป็น 3 แฉก 5 แฉก กว้างและยาวประมาณ
5 - 8 เซนติเมตร โคนใบเว้นเป็นรูปหัวใจ
ดอกมีสีขาว เกสรสีเหลืองอ่อน เป็นรูประฆัง
ผลคล้ายลูกแตงกวา แต่มีขนาดเล็กกว่า
ผลอ่อนมีสีเขียว ลายขาว เมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงสด
ตำลึง เป็นพืชแยก เพศต้น ตัวผู้ตัวเมีย
จะอยู่คนละต้น
ถ้าใครคิดที่จะปลูกตำลึง นั้นลุงว่าแทบไม่ต้องกลัวไปเลยว่าจะปลูกไม่ขึ้น
เพราะตำลึงนั้น ปลูกง่ายโตเร็ว ขึ้นได้ดินแทบทุกชนิด
แต่ถ้าชอบจริง ๆ จะชอบแสงแดด และดินที่มีความร่วนซุย
แตกยอดได้ดีในฤดูฝน การขยาย พันธุ์ใช้เมล็ดจากผลที่สุก
และแก่เต็มที่ เพาะเป็นต้นกล้า แต่นิยมปลูก
โดยใช้เถาแก่ หรือเถาที่แตกยอดอ่อนใหม่
ๆ มาปักชำในภาชนะ ที่สามารถ บรรจุดินได้
แล้วใช้ไม้ซีก 3 - 4 อัน ปักไว้แล้วมัดปลายเข้าด้วยกัน
ไว้ให้ ตำลึงเลื้อยพันรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
โดยสูตรดินผสมปลูกของลุงนั้น มีดังนี้
ดิน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก
1 ส่วน ส่วนที่ใช้เป็นยา ใช้ใบสด
เถาแก
่ ตำลึงนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูงเทียบเท่า
กับน้ำนม แม่เลยทีเดียว ในตำราสรรพคุณยาไทยบอกเอาไว้ว่า
ตำลึงเป็นยาเย็น มีรสเย็น แก้พิษ
แมลงสัตว์กัดต่อย ที่ทำให้เกิดอาการปวดแสบ
ปวดร้อนและคัน ใช้เป็น ยารักษา โรคเบาหวาน
แก้อาการงูสวัด
โดยการแก้แต่ละอาการนั้นมีวิธีใช้ที่แตกต่างกันไป
ถ้านำมาทำเป็นอาหาร เราได้ทานคุณค่าทาง
ยาของตำลึงลงไปด้วย ซึ่งจะช่วยเป็นยาย่อยได้
แต่ถ้า เกิดอาการที่เป็นเฉพาะโรคขึ้น
ก็สามารถ นำมาใช้ได้ด้วยวิธี ดังนี้
โรคเบา หวาน ให้ใช้เถาแก่ ๆ ประมาณ
1 กำมือ ต้มกับน้ำ ดื่มเช้าเย็น จะสามารถ
ลดน้ำตาลในเลือดลงได้ แก้งูสวัด ให้ใช้ใบสด
5 - 6 ใบ ล้างให้สะอาด ตำ ให้ละเอียด
ผสมพิมเสน เล็กน้อย นำไปพอก หรือทาบริเวณ
ที่เกิดอาการ หรือ ถ้าใครเกิดอาการแพ้
อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย ให้ใช้ใบสด
1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย
แล้วเอาน้ำคั้นมาทาบริเวณ ที่เกิดอาการ
ทาซ้ำบ่อย ๆ จนกว่าจะหาย
|