....ลุงคิดอยู่นานว่าจะเสนอเรื่องกล้วยน้ำว้าดีหรือไม่
เพราะกล้วยน้ำว้านั้น เรียกได้ว่า
คนไทยทุกคน แทบจะรู้จักเป็นอย่างดี
ลูกหลานลุงหลายคนโต จนจบปริญญาไปหลายคนก็เพราะกล้วยน้ำว้า
ลุงจับยัดใส่ปาก ให้กินตั้งแต่เด็กดีกว่า
ไปกินผลไม้แพง หรือ กินวิตามินเสริมจากต่างประเทศซะอีก
เด็ก ๆ หลายคนไม่ชอบ เพราะถ้ากินขณะที่กล้วยน้ำว้ามันสุก
ๆมาก หรือที่เราเรียกว่างอม บางคนถึงกับอ๊วกออกมาเลย
อาจเป็นเพราะ กลิ่น แต่ถ้าเพิ่งเริ่มสุกก็อร่อยดี
เวลาไม่มีอะไรกิน
..... สมัยโบราณหน้าบ้านจะต้องมีกล้วนน้ำว้าแขวนไว้หน้าบ้าน
ใครผ่านไป ผ่านมา แล้วหิว ก็เข้ามาเด็ดกิน
ไม่มีหวง วิธีนี้ปัจจุบัน โรงแรมหลายแห่ง
ก็มีการนำวิธีนี้มาใช้ต้อนรับแขกเหมือนกัน
เรื่องคุณประโยชน์ของ กล้วยน้ำว้านั้น
ถ้าจะคุยก็ต้องคุยกันยาวเพราะ แต่ละภาค
แต่ละถิ่น ก็นำกล้วยน้ำว้ามาใช้ประโยชน์
อาจจะแตกต่างกันไป เพราะมีประโยชน์แทบทุกส่วน
กล้วยน้ำว้านั้น ชื่อวิทยาศาสตร์
Musa sapientum Linn.
วงศ์ Musaceae
ชื่อท้องถิ่น กล้วยน้ำว้า
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชล้มลุก
ลำต้นสูง ลำต้นที่อยู่เหนือดิน รูปร่างกลม
มีกาบใบ
หุ้มซ้อนกัน ใบสีเขียวขนาดใหญ่ ก้านใบยาวและเห็นชัดเจน
ดอกออกที่ปลายเป็นช่อ ลักษณะ
ห้อยหัวลงยาว 1-2 ศอก เรียกว่า ปลี
มีดอกย่อยออกเป็นแผง ผลจะติดกันเป็นแผง
เรียกว่า หวี
ซ้อนกันหลายหวี เรียกว่า เครือ การปลูกนิยมใช้หน่อปลูก
กล้วยชอบดินร่วนซุยค่อนไปทางดิน
เหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี แต่ไม่ชอบน้ำขัง
ควรปลูกต้นฤดูฝน
ส่วนที่ใช้เป็นยา
ลูกดิบหรอลูกห่าม โดยเก็บลูกกล้วยช่วงเปลือกยังเป็นสีเขียว
ต้นกล้วยจะให้ผลใน
ช่วงอายุ 8-12 เดือน
รสและสรรพคุณยาไทย ลูกดิบ รสฝาด ฤทธิ์ฝาด
สมานแผลได้ดีเป็นพิเศษ
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
ผลกล้วย มีสสารแทนนิน (Tannin) สารชนิดนี้มีมากในช่วงกล้วยดิบ
เพคติน (Pactin)
มีมากในช่วงกล้วยสุก Essential Oil,
Norepinephrine และกรดอินทรีย์หลายชนิด
จากการศึกษาวิจัย พบว่า สารสกัดจากเนื้อและเปลือกของกล้วยมีฤทธิ์ต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย
อันเปนสาเหตุให้เกิดหนองได้ กล้วยดิบมรสารแทนนินมาก
ช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรง
ได้ มีการวิจัยที่น่าสนใจจากประเทศอังกฤษในปี
พ.ศ. 2527 Best และคณะ ได้รายงานว่ากล้วยดิบ
นั้นมีฤทธิ์รักษาแผลในกระเพาะหนูขาว
ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยแอสไพริน
(Aspirin) สามารถป้อง
กันไม่ให้เกิดแผล เมื่อให้หนูกินผงกล้วยดิบ
5 กรัม และรักษาแผลที่เป็นแล้วเมื่อให้หนูขาวกินผงกล้วยดิบ
7 กรัม ผู้วิจัยเข้าใจว่ากล้วยดิบไปกระตุ้นให้เซลล์ในเยื่อบุกระเพาะหลั่งสารพวกมิวซิน
(Mucin) ออกมาเคลือบกระเพาะ กลไกนี้แตกต่างไปจากยากระเพาะทั่วไป
ฤทธิ์ในการรักษา แผลได้ผลเฉพาะ กล้วยดิบ
กล้วยสุกไม่ได้ผล (ปัจจุบัน ประเทศไทยมีองค์กรภาคเอกชน
คือ กลุ่มศึกษาปัญหายา เผยแพร่ความรู้การใช้กล้วยหักมุกดิบรักษาแผลใน
กระเพาะ โดยเอากล้วยดิบมาหั่นตากแดด
บดผง รับประทานวันละ 4 ครั้ง ครั้งละ
1-2 ช้อนแกง ก่อนอาหารและก่อนนอนจากประสบการณ์ของผู้ป่วย
พบว่าได้ผลดี)
วิธีใช้
กล้วยดิบรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรง
โดยใช้กล้วยน้ำว้าห่าม รับประทานครั้งละครึ่งผลถึงหนึ่งผล
หรือใช้กล้วยน้ำว้าดิบฝานเป็นแว่นตากแดดให้แห้ง
บดเป็นผง ชงน้ำดื่มครั้งละครึ่งผลถึงหนึ่งผล
หรือ
บดเป็นผง ปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานครั้งละ
4 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน
เมื่อรับประทานแล้วอาจมีอาการท้องอืดเฟ้อป้องกันโดยใช้ร่วมกับยาขับลม
เช่น น้ำขิง พริกไทย เป็นต้น
กล้วยสุก
มีมากหลายชนิดทั่วโลก กล้วยนั้นได้ชื่อว่าเป็นธัญญาหารสำคัญของมนุษย์และสัตว์หลายชนิด
เพราะในกล้วยสุกประกอบด้วยวิตามินเอละวิตามินซีมากมาย
นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก
ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมด้วย
กล้วยสุกจึงเป็นอาหารสำคัญของเด็กที่กำลังเติบโต
และเหมาะสมคนที่มีไขมันในเส้นเลือดสูงและคนที่พยายามลดน้ำหนักมากรับประทานกล้วยสุก
จะทำให้รู้สึกอิ่มโดยไม่ต้องพึ่งอาหารประเภทอื่นมากนัก
ส่วนกล้วยสุกที่นำไปตากแห้ง นอกจากจะสามารถเก็บรักษาไว้รับประทานได้นานแล้ว
ยังมีวิตามินดีจากแสงแดดเพิ่มมาด้วย
ซึ่งวิธีทำกล้วยตากไม่ยากเย็นอะไร
สามารถจะ
ทำเองได้ง่ายๆ ดังนี้
1.ใช้มีดคมๆ ตัดหัวท้ายของกล้วยแล้วตัดออกเป็น
2-3 ท่อนตามที่ต้องการ
2. ปอกเลือกกล้วยด้วยมีดตามทางยาวของกล้วย
อย่าใช้มีดตัดลึกจนโดนเนื้อกล้วยอย่างเด็ดขาด
เพราะจะทำให้กล้วยช้ำ
3. จากนั้นจึงฝานกล้วยที่ปอกแล้วออกเป็นแผ่นตามความยาว
หนาบางตามชอบใจและ
นำไปตากแดด 1-2 วัน หรือใช้อบในเตาอบแทนการนำตากแดดก็ได้
จึงนำมาเก็บไว้ใน ขวดโหล หรือภาชนะที่ปิดมิดชิดไว้รับประทานได้
|