| ส่วนประกอบของน้ำผึ้ง
น้ำผึ้ง ได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วย
สารอาหารที่ครบถ้วนมากที่สุดชนิดหนึ่ง
เพราะฉะนั้นเมื่อบริโภค น้ำผึ้งจึงเท่ากับว่าเราได้รับ
สารอาหารที่ครบถ้วนเช่นกัน น้ำผึ้งมีส่วน
ประกอบที่มีประโยชน์ดังนี้
ความชื้นหรือน้ำ
เป็นความชื้นตามธรรมชาติของน้ำผึ้งที่เหลืออยู่ภายหลังจากผึ้งได้เปลี่ยนน้ำหวานจากดอกไม้ให้เป็นน้ำผึ้งแล้ว
ความเข้มข้นของน้ำผึ้งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนน้ำหวานให้เป็นน้ำผึ้ง
เช่น อุณหภูมิ ความชื้นของน้ำหวานจากดอกไม้
ฯลฯ น้ำผึ้งที่มีความชื้นเหมาะสมคือประมาณ
17-18% ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นานโดยเปลี่ยนแปลงสภาพเพียงเล็กน้อย
เมื่อมีความชื้นที่เหมาะสม น้ำผึ้งก็จะมีแรงดูดซึมสูงจึงสามารถดูดซึมน้ำจากเซลล์จุลินทรีย์ต่างๆ
ทำให้เชื้อโรคตายได้
น้ำตาล
น้ำผึ้ง เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ดี
เพราะหากหักปริมาณน้ำออกแล้ว
ส่วนประกอบประมาณ -5-99% ของน้ำผึ้งจะเป็นน้ำตาลชนิดต่างๆ
ซึ่งแบ่งได้เป็น
-น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เช่น กลูโคส ฟรุกโตส
เป็นส่วนประกอบที่เด่นที่สุดของน้ำผึ้ง
เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำผึ้งมีรสหวาน ซึ่งสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะใช้น้ำตาลกลุ่มนี้สร้างพลังงาน
-น้ำตาลโมเลกุลคู่ เช่น มอลโตส ซูโครส แล้กโตส
-น้ำตาลที่มีโมเลกุลซับซ้อน เช่น เดกซ์ทริน
ฯลฯ
น้ำตาลเหล่านี้ทำให้น้ำผึ้งมีคุณสมบัติทางกายภาพอื่นๆ
อีกหลายอย่าง เช่น ดูดซึมความชื้นจากบรรยากาศได้
น้ำตาลทั้งหมดนี้เป็นน้ำตาลที่เป็นส่วนผสมขององค์ประกอบโดยธรรมชาติของน้ำต้อยที่ผลิต
จากต่อมน้ำหวานของพืชหรือเป็นส่วนผสมของน้ำหวานที่แมลงจำพวกเพลี้ยปล่อยอกมาหลัง
จากที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ส่วนน้ำหวานหรือน้ำเชื่อมที่ได้จากการเอาน้ำตาลทราย
น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลปึก หรือน้ำตาลสังเคราะห์อื่นๆ
ไปละลายน้ำแล้วให้ผึ้งกินไม่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นส่วนผสมของน้ำผึ้งโดยธรรมชาติ
ดังนั้น ในน้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์จึงต้องมีข้อกำหนดว่าจะมีน้ำตาลซูโครสได้เพียงไม่เกินร้อยละ
5-8 โดยน้ำหนัก น้ำผึ้งที่มีปริมาณน้ำตาลซูโครสสูงกว่านี้
ถือว่าเป็นน้ำผึ้งผสมน้ำเชื่อมซึ่งไม่ใช่น้ำผึ้งบริสุทธิ์
กรด
เนื่องจากน้ำผึ้งมีรสหวานนำ รสเปรี้ยวของสภาพความเป็นกรดจึงถูกบดบังไว้
กรดในน้ำผึ้งมีหลายชนิด แต่ที่สำคัญคือ
กรดกลูโคนิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของน้ำผึ้ง
และมีกรดฟอร์มิกมาลิกเล็กน้อยรวมทั้งกรดอะมิโนซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของโปรตีน
พบในเกสรดอกไม้ที่ผึ้งได้ไปดูดน้ำหวานมานั่นเอง
กรดอะมิโนที่สำคัญในน้ำผึ้งมีดังนี้
- ไอโซลูซีน
- ลูซีน
- ไลซีน
- ไพรลีน
- เมไทโอนีน ฯลฯ
แร่ธาตุ
แร่ธาตุในน้ำผึ้งมีอยู่หลายชนิด เช่น แคลเซียม
โซเดียม ฟอสฟอรัส ฯลฯ ปริมาณแร่ธาตุเหล่านี้แม้จะมีไม่มากนัก
แต่ก็อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม การเติมน้ำผึ้งลงไปแทนน้ำตาลในอาหารชนิดต่างๆ
เป็นการเพิ่มปริมาณแร่ธาตุที่จำเป็นแก่ร่างกายด้วยไม่ใช่จะได้ความหวานเพียงอย่างเดียว
เอนไซม์
เอนไซม์คือสารอินทรีย์ประเภทโปรตีนที่มีอยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาต่างๆ ภายในเซลล์นั้นๆ
เช่น การย่อยอาหาร เอนไซม์ที่สำคัญที่สุดที่พบในน้ำผึ้งคือ
อินเวอร์เทส ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสและฟรุคโตส
และเอนไซม์กลูโคออกซิเดส ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสเป็นกรดกลูโคนิกอันเป็นส่วนประกอบของน้ำตาลกลูโคส
วิตามิน
ในน้ำผึ้งมีวิตามินอยู่หลายชนิด
เช่น วิตามิน เอ ซี ดี บี2 ฯลฯ แม้ว่าแต่ละชนิดจะมีอยู่ในปริมาณมามากนักแต่ก็อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมพอที่จะทำให้น้ำผึ้งไม่ขาดสารอาหารตัวนี้
ปริมาณวิตามินในน้ำผึ้งแต่ละชนิดจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับที่มาของน้ำผึ้ง
อันเป็นเกสรดอกไม้ในน้ำผึ้งนั่นเอง
เดกซ์ทริน
เดกซ์ทรินคือสารประกอบที่มีโมเลกุลของกลูโคสต่อกันเป็นโซ่ยาว
สารตัวนี้เป็นส่วนที่ทำให้ชุ่มคอและให้ความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุผิวต่างๆ
อินฮิบิท
คือสารที่มีคุณสมบุติในการต่อต้านเชื้อโรค
คนในสมัยโบราณนิยมใช้น้ำผึ้งในการรักษาบาดแผลและแก้อาการอักเสบ
ซึ่งได้ผลเพราะน้ำผึ้งมีสารตัวนี้นั่นเอง
สารกระตุ้นปฏิกิริยาทางชีวภาพอื่นๆ
วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ในน้ำผึ้งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของสารที่กระตุ้นปฏิกิรยาทางชีวภาพด้วย
แต่ในน้ำผึ้งยังมีสารอีกหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังไม่สามารถค้นพบได้
มีการทดลองหลายอย่างที่พิสูจน์ว่าน้ำผึ้งมีส่วนในการกระตุ้นปฏิกิริยาทางชีวภาพ
เช่น ช่วยในการเจริญเติบโตของยีน เร่งน้ำย่อย
ช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยในการ
เจริญตามภาวะปกติหรือยามเจ็บป่วย เป็นต้น
|