อาหารกับภูมิต้านทาน
กองบรรณาธิการ Healthfarm 21
มิถุนายน 2548
สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะละเลย
เสียไม่ได้ สิ่งที่จะสร้างเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารอาหาร
ที่เราทานเข้าไป ซึ่งสารอาหารแต่ละชนิดนั้นมีทั้งผลดีและผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ไขมัน
ไขมัน การรับประทานไขมันมากเกินไป
ดูเหมือนจะมีผลทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง
ทั้งนี้เป็นเพราะไขมันที่มีมากเกินไปจะไปกดการทำงานของเซลล์โดยเฉพาะกรดไขมันกลุ่มโอเมก้าหก
หรือกรดไขมันอิ่มตัวสูง ที่พบมากในน้ำมันต่าง
ๆ
เบต้าแคโรทีน
เป็นที่รู้กันดีว่า จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
มีงานวิจัยทางการแพทย์อยู่หลายชิ้นพบว่า
พืชผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูง
จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้จริง
อย่างเช่นกรณีของ Dr. Ronald
R Watson แห่งมหาวิทยาลัยอริโซน่า
ในสหรัฐอเมริกา พบว่าชายหญิงจำนวน
60 คนที่มีอายุเฉลี่ย 56 ปี
เมื่อรับประทานผักผลไม้ให้ได้เบต้าแคโรทีนปริมาณ
30-60 มิลลิกรัมต่อวัน ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภูมิต้านทานนั้น วัดได้จากการทำงานของบรรดาเม็ดเลือดขาวทั้งหลาย
ดังเช่น
เซลล์พิฆาตที่มากขึ้น และปริมาณทีเซลล์
และ ลิมโฟซัยต์ที่จะพร้อมจะทำงานมีมากขึ้น
และเมื่อทดลองหยุดรับประทานผักผลไม้
ผลปรากฏว่าภูมิต้านทานค่อย
ๆ ลดลง
เบต้าแคโรทีนมาจากไหน เราสามารถพบเบต้าแคโรทีนได้ในพืชผักของไทยหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นในผักใบสีเขียวเข้ม
ผักโขม ตำลึง และใบยอ หรือ
พืชผักสีเหลือง และสีส้ม
เช่น ฝักทอง แครอท รวมถึง มะละกอ
มะม่วงสุก ก็มีเบต้าแคโรทีนสูงเช่นกัน
วิตามินซี
นอกจากจะสามารถทำงานได้อย่างอิสระแล้ว
ยังช่วยเบต้าแคโรทีนในการเสริมภูมิต้านทานได้
อีกด้วย นอกจากวิตามินซีแล้ว
อาจจะมีสารอีกหลายชนิดที่เข้าไปทำงานร่วมกัน
เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน
โยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว
เป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์
ศาสตราจารย์คนหนึ่งในมหาวิทยาลัย
อะกิล่า
ในเมือง อะบรูซซี่ ประเทศอิตาลี
ลองทำการศึกษา คุณสมบัติของนมเปรี้ยวในหลอดทดลอง
พบว่า นมเปรี้ยวสามารถเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว
ได้ไม่ต่างจากยา Levaelsole
และก็ให้เหตุผลว่า โยเกิร์ตช่วยเพิ่มการทำงานของบรรดาเซลล์พิฆาตได้
และยังช่วยสร้างสารแอนตี้บอดี้
รวมถึงเร่งการสร้างสารภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า
แกมม่าอินเตอร์เฟอรอน โดยเฉพาะถ้าเป็นการรับประทาน
แบบสด ซึ่งจะดีกว่า แบบพาสเจอร์ไรซ์
กระเทียม
หนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับว่ามีสารบางตัว
มีผลอย่างมากในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว
ซึ่งหนึ่งในนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัย
โลมาลินดา ในแคลิฟอร์เนีย ดร.เบนจามิน
เลา ซึ่งนำการรักษาและป้องกันโรคแบบแพทย์ตะวันออก
มาใช้นั้น กล่าวว่า การนำกระเทียมเพื่อมาใช้ป้องกันและรักษาโรคนั้น
เริ่มกันตั้งแต่สมัยย้อนยุคไปพันๆๆ
ปี ที่ชาวตะวันตกนำเอาความรู้นี้ไปเผยแพร่
จนจำไม่ได้ว่าความรู้เรื่องกระทียมนั้นมาจากไหน
เพราะชาวเยอรมัน และรัสเซียนั้น
ใช้กระเทียมกันมาก จนกระเทียมนั้น
ถูกเรียกว่า แอสไพรินธรรมชาติ
เพราะสามารถใช้ลดอาการไข้ได้เช่นเดียวกับแอสไพริน
แต่ต้องใช้เป็นประจำและมีปริมาณมาก
ดังนั้นวิธีการศึกษาของ ดร.เลา
ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
ได้ทดลองพบว่า เมื่อ แช่สารสกัดกระเทียม
ไว้กับเซลล์เม็ดเลือดขาว สารเคมีบางชนิดจากกระเทียม
สามารถกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย
รวมทั้งกำจัดเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น
ในเมืองไทยเอง บริษัทผู้ผลิตสมุนไพร
ที่โดดเด่นในเรื่อง กระเทียม
ที่ผู้เขียนรับทราบมาตลอด ก็คือ
ขาวละออเภสัช ที่โดดเด่นมากในการนำกระเทียมมาใช้
ส่วนภูมิปัญญาไทยในสมัยพ่อแม่ก็เช่นกัน
ถึงไม่ได้บอกไว้ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีเพราะ
กระเทียม เองแทบมีบทบาทอยู่ในรสชาดอาหารทุกครัวเรือนอยู่แล้ว..แต่คงต้องระวังเรื่องเชื้อรา
เพราะแทนที่จะเกิดประโยชน์กลับทำให้เกิดโทมษได้เช่นกัน
ธาตุเหล็กและสังกะสี
ธาตุเหล็ก มีการพูดถึงกันมาก
เพราะผู้ที่มีปัญหาเรื่องโลหิตจางนั้นมีสาเหตุจากการขาดธาตุเหล็ก
และจะป่วยและเป็นหวัดบ่อยมาก
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ภูมิต้านทานในร่างกายได้ลดต่ำลง
ซึ่งหากได้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก
โดยเฉพาะ ผักบางชนิดที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างกะหล่ำ
กวางตุ้ง ดอกกุ่ยฉ่าย ใบกระเทียม
ต้นหอม ผักชีลาว ใบสะระแหน่
โหระพา หอมใหญ่ หอมแดง
นั้น จะช่วยให้ภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้นได้
ธาตุสังกะสี
ก็เช่นกัน ดร. Nicola Fabris
จากอิตาลี ยังพบว่า การเสริมธาตุสังกะสีในผู้ป่วย
จะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่อโรคมากขึ้น
ดูได้จากการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว
และทีเซลล์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นการทานอาหารเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานอย่างถูกต้องนั้น
คือเพิ่มการรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชผักที่มีใบสีเขียวเข้ม
เช่น กวางตุ้ง ผักหวาน ผักโขม
คะน้า ขี้เหล็ก ดอกแค ใบแค
บร็อคโคลี่ และถั่วทุกชนิด
รวมถึงผลไม้ที่มีสีเหลือง หรือ
สีเหลืองอมส้ม แต่ถ้ากินมากไปจะเกิดกรดซัลฟูริค
เช่นกัน และยิ่งจะเป็นการดีถ้าลดการรับประทาน
เนื้อสัตว์ลง
เอกสารอ้างอิง
อาหารสร้างภูมิต้านทาน ดร.วินัยน
ดะหลัน
อาหารกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์
ดร.สุคนธ์พุ่มพันธุ์วงศ์
|