คุณสมบัติของน้ำผัก
เรื่อง : ชมรมบ้านสุขภาพ
ในน้ำผักเป็นกรดอ่อน
ๆ ที่มี
คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll
สารสีเขียวในพืช ) มีวิตามินเอ
วิตามินซีธาตุเหล็ก โปแตสเซียม
แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส
ซึ่งเมื่อทานเข้าไป จะเกิดการแลกเปลี่ยนการใช้สารอาหารได้สูงสุด
ณ จุดที่ร่างกายสามารถนำของ
เสียทิ้งได้ทั้งหมด และทำให้ร่างกายสร้างพลังงานในแต่ละเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และส่งผลให้เกิดการ สร้างเซลใหม่ทดแทนเซลเก่าที่ตายในแต่ละวันได้เต็มที่
ลักษณะนี้คือ ปัจจัยสูงสุดที่ร่างกาย
จะไม่เกิดความอ่อนแอ
ในทุกอวัยวะ
ดังนั้นเมื่อไปอยู่ในประเทศไหนก็แล้วแต่
ถ้าได้สัดส่วนของสารอาหารออกมาเป็นกรดอ่อน
มีคลอโรฟิลล์แล้วมีสารอาหารพวกโปแตสเซียม
แมกนีเซียม แคลเซียม
ฟอสฟอรัส เหล็ก ครบ 5
ตัวนี้
ในค่า pH = 4 และมีคลอโรฟิลล์
มีวิตามินเอ และวิตามินซี
ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถมีอาหารได้เต็มที่ในแต่ละเซล
ถ้าทุกเซลแข็งแรงไม่มีเซลตายก็ไม่แก่เลย
ถ้าค่า pH เป็น
"กรดเกินไป"
การใช้แคลเซียมก็จะยาก
"กรดอ่อน"
ทำให้เกิดการใช้ไขมัน
ทำให้ไขมันถูกย่อยสลายได้เร็ว
ถ้าเป็น
"ด่างเกินไป"
การย่อยสลายไขมันก็ทำได้น้อย
ไขมันคือของแข็งที่มีปริมาณถึง
60% ของของแข็งทั้งหมดในร่างกาย
ไขมันคือตัวที่จะไปเปลี่ยนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง
น้ำเมือกที่ไปหล่อเลี้ยงตามส่วนต่าง
ๆ ของร่างกาย น้ำไขข้อ
เป็นไขกระดูก เป็นกล้ามเนื้อ
เป็นกระดูก เส้นเอ็น
ไขมันหล่อเลี้ยงเส้นผมเป็นลำดับ
pH ของน้ำผักที่เหมาะสมกับคนไทยอยู่ที่
pH 4-6 คนอ้วนมาก ให้น้ำผักที่
pH 4 เลย เนื่องจากคนอ้วนมีไขมันค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่
น้ำผักจะเปลี่ยนไขมันเป็นโคเลสเตอรอล
ไปเป็นไตรกลีเซอไรด์
และเป็นกลีเซอไรด์ในที่สุด
ซึ่งร่างกายนำไปใช้ได้
|