**หมายเหตุ** บทความที่ลงในโฮมเพจสยามเฮลตี้นี้ไม่สงวนลิขสิทธ์ เนื่องจากต้องการเผยแพร่ และ ส่งเสริม ให้ประชาชนไทยและผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้หลักการพึ่งตนเอง โดยใช้ภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นบทความส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการรวบรวม และเขียนขึ้นเองจากประสบการณ์ตรง ของผู้เขียน และ หมอพื้นบ้าน ดังนั้นผู้ที่ต้องการนำไปเผยแพร่
ควรเขียน อ้างอิงแหล่งที่มาให้ชัดเจนเพื่อให้เกียรติกับผู้เขียน

Aromatherapy ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยกลิ่นหอม
โดย pingpong



Aroma Therapy เป็นที่รู้จักกัน มานานกว่า 6,000 ปี เริ่มต้นใช้ในอียิปต์ ชาวอียิปต์มักใช้การ เผา ให้ได้มาซึ่ง กลิ่นหอมเพื่อบูชาเทพเจ้า เช่น กลิ่น Frankincense บูชาพระอาทิตย์ กลิ่น Ra และ Myrrh บูชาพระจันทร์ นอกจากนี้ชาวอียิปต์ยัง ใช้กลิ่นจาก พืชธรรมชาติเพื่อ ความสดชื่น นิยมใช้กับ น้ำมันนวดและผสมลง ในอ่างแช่


ต่อมาชาวกรีกได้นำ Aromatic Oils (น้ำมันหอมระเหย) มาใช้บำบัดรักษาโดยแพทย์กรีก ผู้หนึ่ง ชื่อ Pedacius Dioscorides ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพืช สมุนไพร กับการแพทย์ไว้ เมื่อประมาณ 1200 ปีมาแล้ว และหลักการนี้ก็ยังใช้อยู่จน ปัจจุบันนี้

ชาวโรมันได้รับความรู้ทางการแพทย์ด้วยการใช้กลิ่นบำบัดรักษามาจากชาวกรีก และได้พัฒนาหลักความรู้นี้ผสมผสานกับศาสตร์อื่นเช่นการนวดและการอาบและ ถือได้ว่าชาวโรมัน เป็นชาติแรก ที่ทำการค้า เกี่ยว กับอโรมา-เธราปี คือ ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์อโรมาจาก อินเดีย ตะวันออก และ จาก อาราเบีย

.ความรู้เกี่ยวกับ อโรมาออยล์ และ น้ำมันหอม เริ่มแพร่กระจาย และได้รับความนิยม ากขึ้นหลัง สงคราม ครูเสด ระหว่างปี ค.ศ. 980-1037 นายแพทย์ อวิเซนา ชาวอาหรับ ได้คิดวิธ ีกลั่นน้ำมัน หอมระเหย ขึ้น เป็น ครั้งแรก และการกลั่นนี้ ก็ยังเป็นวิธีการ สกัดกลิ่นหอมง่าย อีกวิธีหนึ่งจนถึง ทุกวันนี้

.....มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยืนยันว่าชาวจีนรู้จักวิธีใช้พืชสมุนไพร และกลิ่นหอม มานานพอ ๆ กับ ชาวอียิปต์ ในหนังสือสมุนไพร เล่มหนึ่ง ของจีนมีการจดบันทึก ไว้ว่า เมื่อ 2,700 ปีก่อน คริสตกาลชาวจีน สามารถแยกสาร หอมจากพืชธรรมชาติได้มากกว่า 300 ชนิด

"มีหลักฐานยืนยันว่า ชาวจีน รู้จักวิธีใช้พืช สมุนไพร และกลิ่นหอม นานพอ ๆ กับ ชาวอียิปต์ มีการจด บันทึกไว้เมื่อ 2,700 ปีก่อน ว่าชาวจีน สามารถแยกสารได้ มากกว่า 300 ชนิด"

.และเช่นเดียวกับชาวอียิปต์ ชาวจีน ก็ใช้การ เผาไม้หอมเพื่อ บูชา เทพเจ้า.. การนำกลิ่นหอม มาใช้กับการ นวดนั้นมีมาแต่โบราณในการแพทย์ สาขาอายุรเวทการ แพทย์แผนโบราณ ของ อินเดีย การนำกลิ่นหอมมา ผสมกับน้ำมันหรือครีม, ไขมันสัตว์ ต่าง ๆ เป็นที่รู้จัก และใช้กันมา นานแต่การ ใช้อโรมา (กลิ่นหอม) ในสมัย โบราณก็ยังไม่มี การค้นคว้า อย่างจริงจัง ถึงคุณสมบัต ิและสรรพคุณ ของสารหอมที่มาแต่ละชนิด...

. .....
... .... ต่อมาจนกระทั่ง เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 นี่เองที่ได้มี การบัญญัติศัพท์คำว่า Aroma Therapy ขึ้นโดย Rene Maurice Gattefosse นักเคมีชาวฝรั่งเศส จากนั้นไม่นานชาว ฝรั่งเศสคน หนึ่งชื่อ Albert Couverur ได้จัด พิมพ์ตำรา เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของน้ำมันหอม ระเหย ขึ้นจากแนวศึกษาของ Gattefosse นายแพทย์ชาว ฝรั่งเศส ชื่อ Jean Valnet ได้ศึกษาค้นคว้า ทดลองเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมัน หอมระเหย และนักเคมีชาวฝรั่งเศส ชื่อ Margaret Maury ได้พัฒนา การใช้น้ำหอมระเหย กับการนวด และ จากค้นคว้าของทั้ง 2 คนนี้ ทำให้ Micheline Arcier เชื่อมวิธีการของ Maury และ Velnet เข้าด้วยกัน จนทำให้ Aroma Therapyเป็นที่นิยม ไปทั่วโลก จนถึงทุกวันนี้






 
SiamhealthyDotNetCompanyProfile. All Rights Reserved.2003
Contact to l : 038-880-679 For comments to :Webmaster. Tel : 09-9896964