**หมายเหตุ** บทความที่ลงในโฮมเพจสยามเฮลตี้นี้ไม่สงวนลิขสิทธ์ เนื่องจากต้องการเผยแพร่ และ ส่งเสริม ให้ประชาชนไทยและผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้หลักการพึ่งตนเอง โดยใช้ภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นบทความส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการรวบรวม และเขียนขึ้นเองจากประสบการณ์ตรง ของผู้เขียน และ หมอพื้นบ้าน ดังนั้นผู้ที่ต้องการนำไปเผยแพร่
ควรเขียน อ้างอิงแหล่งที่มาให้ชัดเจนเพื่อให้เกียรติกับผู้เขียน

เรียบง่ายสไตล์ ThaiSpa
โดย pingpong





สปา คืออะไร
.............คือ การทำความสะอาด และเสริมอาหารบำรุงให้ลึกถึง ผิวชั้นใน โดยมีวิธีต่างๆ ออกไป ไม่ว่าจะเป็น การนวด การบำบัด ด้วยน้ำ หรือการใช้กระแสไฟฟ้า

.............. ซึ่งส่วนมากแล้วการทำสปาเพียงครั้งเดียว จะไม่ค่อย เห็นผล อย่าง ชัดเจน จึงจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ซึ่งในการทำสปาแต่ละครั้งนั้นก็เปรียบ เหมือนมอบการพักผ่อน ที่ดีที่สุดให้กับผิวพรรณ เพราะนอกจากสิ่งสกปรกที่อุดตัน จะถูก กำจัดออก จนหมดแล้ว ผิวของคุณยังได้รับสารอาหารเพื่อไป
บำรุงลึกถึงชั้นในอีกด้วย แน่นอนว่าหลังจากทำสปา แล้วคุณ จะสัมผัส ได้ถึงความสบายของผิวพรรณที่แตกต่างจากการ พักผ่อนทั่วไป และนี่ก็คือคำตอบว่า ทำไมต้อง สปา
เมื่อไหร่จึงควรจะเข้า สปา
ก็เมื่อคุณรู้สึกว่าอยากผ่อนคลายความตึงเครียด ความเหนื่อยล้าของชีวิตประจำวัน แล้วจะเข้าสปาที่ไหนดีก็คงแล้วแต่ความรู้สึกความรู้สึกว่ามันเหมาะกับคุณ เช่น สะดวกในการเดินทาง ราคาที่พอจ่ายไหว คุณภาพสมราคา บริการอย่างที่คุณต้องการจากสปา เป็นต้น

กำเนิดสปา
ที่มาของสปา นั้น ความจริงแล้ว สปาเป็นชื่อเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยี่ยม เมืองสปา เป็นแหล่งธรรมชาติ มีบ่อน้ำร้อน บ่อนกาสิโน ผู้คนหลั่งไหลไปพักผ่อนกันมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 แล้วแต่คนที่ไปต้อง เป็นคนระดับนายทหารชั้นสูง ผู้ดีชั้นสูง ( Special Class ) เท่านั้น

SPA มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน จากคำว่า SANUS PER ACQUA มีความหมายว่าการดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการใช้น้ำบำบัด เช่น การอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน การอบตัวและอบผิวด้วยไอความร้อนจากน้ำ การดื่ม น้ำแร่ การนวดด้วยกระแสน้ำ

จนกระทั่งในสมัยศตวรรษที่ 18-19 สปากลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมในยุโรปมีกระแสการบำบัดด้วยวิธีการ นี้เกิดขึ้นในประเทศที่มีแหล่งน้ำแร่ แหล่งน้ำพุร้อน และเริ่มเข้ามาแพร่หลายในเมืองที่มีทัศน์ ภาพสวยงาม อากาศบริสุทธิ์ มีน้ำสะอาด ใกล้ทะเล ภูเขา เหมาะแก่การพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสุขภาพเป็นที่นิยมมากใน กลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ

......เมื่อ สปาเข้ามาเป็นที่นิยมทั่วโลก หรือที่รู้จักกันว่า “การทำให้มีสุขภาพที่ดีด้วยน้ำ หรือ วารีบำบัด” จนปลาย ศตวรรษที่ 20 รูปแบบของสปาได้มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น แนวคิดในเรื่องการ ดูแล สุขภาพองค์รวม ที่ให้ความสนใจกับความสมดุลของร่างกายและจิตใจ จากวิถีธรรมชาติ เช่น การรับประทาน แมคโคไบโอติก หรืออาหารที่มีกากใยสูง

สปา……ในเมืองไทย
เมืองไทยกับกระแสรักษ์สุขภาพเพิ่งเข้ามาเมื่อ 4-5 ปีนี้ที่ผ่านมา เดิมจะพบเห็นสปาอยู่แต่ในโรงแรมเท่านั้น อาทิ โรงแรมโอเรียนเต็ลที่เป็นจุดเริ่มต้น หรือถ้าเป็นสถานบริการแบบครบวงจรและได้รับการยอมรับ ไปทั่วโลกนั่น คือ ชีวาศรม ที่มีการจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาล และสถานบริการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนธุรกิจสปารายใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดตัวส่วนใหญ่จะคาบเกี่ยวอยู่ในประเภท Day Spa ซึ่งเน้นไปที่เรื่อง ของบิวตี้ ความสวยความงามต่างๆ ในเขตกรุงเทพ มีโรงแรมขนาดใหญ่อยู่มากที่มีสปาไว้คอย ให้บริการ นอกจากนี้ ในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น ที่เมืองพัทยา ก็มีธุรกิจรีสอร์ตติดชายทะเลหลายแห่งรวบรวม สิ่งอำนวย ความสะดวกเพื่อนักท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงสปาที่เปิดให้บริการที่จัดอยู่ในระดับ มาตรฐานสากล ตามเมือง ท่องเที่ยว เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ ภูเก็ต ฯลฯ

โดยสปาที่มีชื่อเสียงในเมืองไทยก็คือ โอเรียนเต็ลสปา ต้นแบบของสปาในเมือง บันยันทรี สปา ในโรงแรมบันยันทรี ภูเก็ต เป็นรีสอร์ตสปา และชีวาศรมหัวหิน เป็นรีสอร์ตที่ให้บริการ ด้านสุขภาพ อย่างครบวงจร ซึ่งทั้ง 3 แห่งนี้เป็นสปาที่มีชื่อเสียงและคุณภาพดีระดับโลก สปาในเมืองไทย มีทั้งที่เป็นน้ำพุร้อนตามธรรมชาติและสปาตามสถานบริการสปาหลายแห่งในเมืองไทยมีทั้งรูปแบบ ของคลินิกสุขภาพและสถานเสริมความงาม และเป็นแพ็คเกจสุขภาพที่จัดขึ้นตามรีสอร์ตต่างๆ


การแข่งขันในตลาดธุรกิจ
จากรายงานการวิจัยของศูนย์วิจัยกสิรไทย ในหัวข้อ “สปา: จุดขายดึง นักท่องเที่ยวต่างชาติ” จัดทำขึ้นเมื่อปี 2544 พบว่า ธุรกิจสปาใน ประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว กลาย เป็นจุดขายสำคัญ ของโรงแรม และ รีสอร์ตระดับ 4-5 ดาว โดยสามารถดึงรายได้ไม่ต่ำกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท แต่ธุรกิจสปา จำนวนมาก ยังเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผล ให้มีเงินตรารั่วไหล ออกนอกประเทศ ในแต่ละปีเป็น จำนวน มาก ในขณะที่ธุรกิจสปาขนาดเล็ก ซึ่งเป็นตลาดของคนไทยนั้น มีกำลังบริโภค ประมาณ 2 พันล้านบาทต่อปี จึงเห็นได้ว่าการ แข่งขันในช่วงนี้ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมใหญ่ๆ หรือรีสอร์ต ต่างเปิดบริการสปาเพื่อ เป็นแรงจูงใจให้กับผุ้ใช้บริการเลือก รับบริการของตน


กฎหมายของสปา
ตอนนี้ในเมืองไทยไม่มีมาตรฐานสปาที่ทุกคนต้องปฏิบัติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหาก ใครก็ตามที่เปิดสปามีการ นวดแต่ไม่ใช่เพื่อสุขภาพ ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายเป็นสถานบริการ แต่หากมีเรื่องของสุขภาพ เข้ามาเกี่ยวข้องต้องจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาสปาหลาย แห่งหลบเลี่ยงการจดทะเบียนดังกล่าว จึงไม่สามารถควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง ซึ่งผู้ที่สามารถเข้าไปตรวจ สอบและควบคุมตรงนี้ได้คือ หน่วยงานของภาครัฐ ส่วนเรื่องราคาและค่าบริการ ความถูกแพงของ การใช้บริการในสปาแต่ละครั้งนั้น ขึ้นอยู่กับบริการต่างๆ ที่คุณเลือกใช้ สปาหลายแห่งจะคิดค่า บริการเป็น นาที ชั่วโมง คอร์ส และครั้ง แล้วแต่จะกำหนด

รูปแบบบริการหลักๆ ของสปา
City Spa
เป็นส่วนหนึ่งของบริการสปาในโรงแรมย่านใจกลางเมือง เน้นบริการที่การบำบัดเพื่อการผ่อนคลาย เช่น มีบริการนวดน้ำมัน Aromatherapy นวดฝ่าเท้า ซาวน่า และจากุซซี่ เป็นต้น

Day Spa
เป็นกิจกรรมที่เปิดขึ้นเพื่อบริการด้านนี้โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ที่มาใช้บริการ ภายในวันเดียว หรือบริการบางอย่างเพียงช่วงเวลาหนึ่ง เป็นรูปแบบสปาที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน

Spa Retreat
บริการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำบัดให้ร่างกายผ่อนคลายจริง มีโปรแกรม
และบริการต่างๆ อย่างครบครันรวมถึงอาหารสุขภาพ และบริการด้านความงามด้วย

Wellness Retreat
เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ รูปแบบนี้มักจะมีแพทย์เป็นผู้ดูแล และให้คำปรึกษา และกำหนดโปรแกรมในการดูแลสุขภาพให้ด้วย

Holistic Retreat
เหมาะกับผู้ที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะจัดขึ้นเป็นโปรแกรมสำหรับบำบัดสุขภาพร่างกาย
ควบคู่กับจิตใจ ในรูปแบบของโปรแกรมอาหาร และกิจกรรมต่างๆ ตามสูตร เช่น ดีท๊อก โยคะ นั่งสมาธิ ไทเก็ก ฯลฯ

Resort Spa
เป็นหนึ่งในบริการเสริมถูกจัดขึ้นมาเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวรูป
แบบนี้ส่วนจะจัดเป็นแพคเก็จพร้อมห้องพัก พร้อมอาหารและกิจกรรมตามโปรแกรมที่เลือก ซึ่งจะได้ทั้งความสนุกและผ่อนคลายไปพร้อมๆกัน

Adventure Spa
เป็นการทำสปาควบคู่กับกิจกรรมเสริมกลางแจ้งในแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้บำบัดได้ออกกำลังกายหรือใช้กำหลังมากยิ่งขึ้น เช่นการปืนผา การพายเรือแคนู แคมปิ้ง ซึ่งเป๋นกิจกรรมที่รวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว

เราได้อะไรจากสปา
เมื่อผุ้บริโภคเข้าไปใช้บริการสปาแล้วควรจะต้องมีการคาดหวังว่า เราเข้าไปทำอะไรและควรได้อะไรหลังจากใช้บริการ เรียกว่า Spa Experience ให้รายละเอียดว่า สปา ประกอบด้วย
- Time to Relax ความตึงเครียดต้องลดลง
- Time to Reflect สามารถในการจินตนาการย้อนกลับไปถึงสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข บรรยากาศน่าทรงจำ หรือตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบสงบ
- Time to Revitatise สามารถเติมพลังชีวิตจากธรรมชาติ กลับไปสู่บริบทของชีวิตไม่ฟุ้งซ่าน ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เข้าสู่หลักพุทธศาสนาที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว”
- Time to Rejoice ได้ความสดชื่น เบิกบาน หมายรวมถึงต้องรับรู้ เริ่มตั้งแต่ รูป – สถานที่ที่ไป กลิ่น – กลิ่นดอกไม้หอมหรืออโรมา
เสียง – ดนตรีไพเราะ อ่อนโยน ขัดเกลาจิตใจ สำเนียง – การพูดจาการบริการที่ดีจากบุคลากร สัมผัส - สัมผัสถึงการนวดอย่างถูกวิธี

ขอขอบคุณ นิตยสาร แพทย์ทางเลือกที่เอื้อเฟื้อข้อมูล


 
SiamhealthyDotNetCompanyProfile. All Rights Reserved.2003
Contact to l : 038-880-679 For comments to :Webmaster. Tel : 09-9896964