หมอจีนชื่อหลี่ชื่อเจินบันทึกเอาไว้ในหนังสือ "เปิ๋นเฉ่ากังมู่" ซึ่งได้บอกว่าชาว จีนนำไข่มุก มาใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายเกือบกว่า 2,000 ปี มาแล้ว นอกเหนือ จากการ นำมาทำเครื่องประดับ พระนางซูสีไทเฮาเองก็ทรงมีเคล็ดลับในการบำรุงผิวพรรณ ด้วยการ บริโภคไข่มุกโดยนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงดื่มกับน้ำร้อน
บุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณอีกหลายคนได้ค้นพบคุณค่าบำรุงของสารในธรรมชาติอื่น ๆ มานานแล้วเช่นกัน
"พระนางคลีโอพัตราบำรุงผิวพรรณาให้เปล่งปลั่ง นวลนุ่มด้วยน้ำนม " ส่วน
"พระนางแมรีอังตัวเน็ตทรงอ่อนเยาว์อยู่เสมอด้วยน้ำสกัดจากดอกกุหลาบ แห่งประราชวัง แวร์ชาย"
หรือกระทั่งผู้หญิงชาวเกาหลียังรู้จักใช้โสมในการบำรุงร่างกายและดูแลผิวพรรณ มานาน หลายปี ถึงแม้ว่าสรรพคุณทางการแพทย์จะยังเป็นที่กังขาอยู่พอสมควร
คนในยุคใหม่นี้เลือกที่จะบริโภคไข่มุกอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพราะจำเป็นต้องเลือกมุก จากธรรมชาติแท้ ๆ หากรับประทานไข่มุกเลี้ยงที่นำมาทำเครื่องประดับอาจมีอันตรายเนื่อง จากมักจะมีสารเคมีหรือสารพลาสติกผสมอยู่
การค้นคว้าของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีนพบว่าเมื่อนำไข่มุกมาบดเป็นผงแล้ว ชงดื่มนั้น ร่างกายคนเราจะสามารถดูดซึมสารที่มีประโยชน์ไปใช้เพียง 28 % แต่เมื่อสกัด ไข่มุกผงเป็นน้ำ หรือ ไฮโดรไลซิ่ง (Hydrolising) ประสิทธิภาพการ ดูดซึมจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 91 % เรื่องอื่นฟังดูอาจจะคุ้นกันดีในประวัติศาสตร์
แต่เรื่องการบริโภคไข่มุกอาจจะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับบางคน ชาวจีนเชื่อกันมา แต่โบราณ ว่าไข่มุกนั้นจะช่วยบำรุงสุขภาพและร่างกายให้แข็งแรง ให้ผิวพรรณที่นวลเนียนดูเปล่งปลั่ง
|