Oxygen
Therapy
present
by nawee meebunjong
การบำบัดด้วยออกซิเจน
OXGEN THERAPY เมื่อออกซิเจนจำเป็น
สำหรับ เซลล์สิ่งมีชีวิตในการสันดาป
หรือเผาผลาญ พลังงานจากอาหาร ที่เราทานเข้าไป
ซึ่งเป็น กระบวนการ ทางชีวเคมีที่ดำเนินไปใน
เซลล์ของ ร่างกายเราทุก ๆ วินาที
ทั้งคืน และวัน
......
เพื่อให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
ปราศจากออกซิเจน อาหาร ที่สุด แสน
อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่
เราทานนั้น ก็ไม่สามารถก่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ร่างกาย แต่อย่างใด
นอกจากนั้นร่างกายเราจะสร้างสารพิษหรืออนุมฺลอิสระขึ้นตลอดเวลา
เกิดจากการสันดาปพลังงานของ ร่างกายในกระบวนการเผาผลาญอาหารเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งอนุมูล อิสระจะไปทำลายเซลล์ของร่างกาย
โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดงทำลายโครงสร้าง
เซลล์ประสาทและสมองเป็นต้นเหตุของโรคต่าง
ๆ อาทิ
โรคทีเกี่ยวกับหัวใจ และหลอด เลือด
โรคภูมิแพ้ โรคชรา และโรคมะเร็งต่าง
ๆ
......เมื่อร่างกายของเราเกิดอนุมูลอิสระมาก
ๆ การใช้ออกซิเจนในการสันดาปหรือทำลาย
จะสูงตามบางครั้ง ถ้าภาวะสูงมาก ๆ
ขบวนการในการผลิตหรือเติมออกซิเจนไม่ทัน
ต้องมีการชดเชยและเพื่อลด การ ก่อตัวและต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น
การบำบัดด้วย ออกซิเจน (Oxygen
Therapy) จึงเข้ามาช่วยใน
ขบวน การเหล่านี้ โดยใช้การสูดดม
ออกซิเจนโดยตรง (ปกติในอากาศที่เรา
หายใจมีออกซิเจนประมาณ 21 %) หรืออยู่ใน
บรรยากาศที่มีโอโซน มีรูปแบบ เช่น
โมเรคคูล่าออกซิเจน (Molecular
Oxygen) หรือ ไอออไนซ์ออกซิเจน
(Ionized Oxygen) ซึ่งเป็นออกซิเจนที่แตกตัวเป็นโมเลกุลหรือ
ไอออน
โดยทั่วไปที่เราเห็นเป็นถังตามโรงพยาบาลจะเรียกว่า
โมเรคคูล่าออกซิเจนหรือ ออกซิเจนที่เป็นโมเลกุล
แต่ปัจจุบันที่ใช้ใน ขบวนการบำบัดด้วยออกซิเจน
(Oxygen Therapy)
จะเป็นไอออไนซ์ออกซิเจน หรือ
ออกซิเจนที่เป็นประจุ ซึ่งสามารถเติมเข้า
ไปในร่างกายได้เร็วกว่า เช่น ใช้เวลาเพียง
20 นาที จะมีปริมาณออกซิเจนเท่ากับที่ใช้
2.30 ชั่วโมง และปรากฏในกระแสเลือดค่อนข้างเร็ว
การบำบัดโดยใช้ออกซิเจนนี้มีพื้นฐานมาจาก
ทฤษฏีชื่อของ
ดร.อ๊อตโต วอร์เบิร์ค(OTTOWARBURG)
ชาวเยอรมัน ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในสาขา
Physiology or Medicine ในปี
1931เขาค้นพบลักษณะและ การ ทำงาน
ของเอ็นไซด์ที่เกี่ยวข้อง กับการ
หายใจ (Respiratory enzyme) ซึ่งทำให้เกิดความรู้ใหม่
ๆ เขา แสดงให้เห็นว่าเซลล์มะเร็งสามารถดำรงชีวิต
อยู่และ เจริญต่อได้ โดยไม่ต้อง อาศัยออกซิเจน
ดังนั้นหากเราให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณมาก
เป็นพิเศษ เมื่อเซลล์มะเร็งเจอกับออกซิเจนความเข้มข้นสูง
ก็อาจสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตายได้
แม้วิธีการบำบัดรักษาโรคด้วยออกซิเจนนี้จะยังไม่ได้รับการยอมรับจาก
FDA ของอเมริกาอย่างเป็น ทางการ แต่ได้มีการนำไปทดลองใช้กับโรคประเภทที่เกิดความ
เสื่อมกับร่างกายอย่างรวดเร็ว เช่น
โรคเอดส์ และนำไปใช้อย่างกว้างขวางกับกลุ่มคน
ที่ทำงานหนัก เครียด หรืออ่อนล้า
เนื่องจาก ประโยชน์ที่หลากหลาย ของการบำบัดด้วย
ออกซิเจนนั่นเอง
ด้านร่างกาย
- ออกซิเจนจะเข้าสู่เซลล์ร่างกาย
ช่วยทำความสะอาดและขจัดสารพิษที่เกิดขึ้นภายใน
ระบบ
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระบวนการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงานให้กับ
ร่างกาย จึงทำให้มีกำลังวังชา และเพิ่มพลังงาน
แก่กล้ามเนื้อ ในการทำกิจกรรมต่าง
ๆ
- เสริมสร้างกลไกระบบการปกป้องร่างกายระบบต่อต้านเชื้อโรค
ช่วยเพิ่มความต้าน
ทานต่อโรค โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบโลหิต
หรือ ระบบทางเดินหายใจ
- ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจคงที่
ลดความดันเลือด
- ช่วยลดผลกระทบข้างเคียงจากยา หรือ
สารเคมีเจือปนต่าง ๆ
- ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ผักผ่อนนอนหลับได้ดีขึ้น
และเสริมสร้างความแข็งแรงให้
ร่างกายลดอาการเจ็บป่วย
- ช่วยเผาผลาญไขมัน ทำให้รูปร่างดี
และคงสภาพความอ่อนเยาว์
ด้านอารมณ์และจิตใจ
- ช่วยให้ระบบประสาทคลายความตึงเครียด
โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเครียดสูง
- ลดความเครียดจากการเจ็บป่วย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- ช่วยฟื้นภาวะจิตใจและอารมณ์คืนสู่สภาวะปกติ
กล่าวโดยสรุปคือ
การบำบัดด้วยออกซิเจน ช่วยสร้างความสมดุลย์แก่ร่างกาย
อารมณ์ และ จิตใจ ทำให้รู้สึกสดชื่น
มีชีวิตชีวา เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต
บ่อยครั้งที่หลายต่อหลายคนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยขาดความกระตือรือร้น
ไร้เรี่ยวแรง ได้รับการพักผ่อน น้อยลง
ด้วยความกดดันที่มีมากขึ้นในปัจจจุบันรู้สึกหัวสมองล้า
ทุกข์ ทรมาณจากการ ขาดสมาธิ สูญเสียความทรงจำ
ขาดความกระปรี้กระเปร่า สูญเสียความ
สมดุลในร่างกาย หลายคนถามตัวเองว่า
"เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉัน"
คำตอบที่คุณอาจไม่เคยนึกถึงเลยคือ
การขาดออกซิเจน ซึ่งเปรียบเสมือนบ่อเกิด
พลังงานแห่งชีวิต
เว็ปไซค์ที่เกี่ยวข้อง
http://www.oxytherapy.com
http://
www.richmond-hyperbaric.com
http://www.collagenweightloss.com
|