การวินิจฉัย
โรคตามหลักธรรมชาติ บำบัด
เขียนโดย กองบรรณาธิการ
การฟังเสียงละการสูดดมนั้น ถือว่าเป็นวิธีหนึ่งในการตรวจโรคอย่างหนึ่ง
ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำมาใช้ประกอบในการดูแลผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษา
การฟังเสียง
ก็เช่นกันนับว่าเป็นการตรวจโรควิธีหนึ่งซึ่งผู้ที่รักษาโดยแนวทางธรรมชาติบำบัดนั้นจะต้องสนใจอย่างยิ่ง
จากการสังเกตุการดูแลและบำบัดผู้ป่วยของดร.รสรสุคนธ์
รวมถึงการนำเอาหลักทฤษฏีพื้นฐานของหลักธรรมชาติบำบัดมาใช้ร่วมด้วยนั้น
ผมพบว่า ลักษณะบุคลิกและอาการต่าง ๆ ของคนที่อยู่รอบๆ
ตัวนั้นแต่ละวันไม่เหมือนกัน ซึ่งแต่ละอาการถ้าสังเกตดี
ๆ จะพบว่า แต่ละอาการ แต่ละบุคคลภาพ ที่ออกมาจะได้ว่าอวัยวะและลักษณะแบบใดที่เป็นปัญหา
ถ้าท่านผู้อ่านลองสังเกตุดูจากตัวอย่างง่าย ๆ
ก็คือบุคคลรอบตัวที่ท่านพบเห็น เช่น
คุณแอน คือ ผู้ที่คุมเรื่องการดูแลบัญชีและเอกสารการติดต่อของบ้านสุขภาพ
เธอจะมีอารมณ์ที่เครียดง่ายมาก ใครพูดจากระทบ
หรือ ทำอะไรไม่ถูกใจหรือไม่เรียบร้อย เธอก็จะเครียด
และหงุดหงิด
อารมณ์เครียดง่ายหายเร็ว ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เธอ
สิ่งที่เธอพยายามที่จะหาทางออกก็คือ การได้พูดคุย
การได้ระบายออกถึงความเครียดที่สะสมอยู่ การมองผ่านแบบปกติบางครั้งเรา อาจจะมองได้แต่เพียงภายนอก
แต่สำหรับการตรวรจโรคด้วยการฟังเสียงนั้นจะสังเกตได้ง่าย
เช่น มีอยู่วันหนึ่งเราพบว่า พี่แอนมีอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่
หลายคนอาจจะตั้งคำถามในใจว่าทำไมถึงรู้ ผมคงจะบอกง่าย
ๆ ว่า คุณเองก็รู้ได้เพราะมันเป็นการสังเกตขั้นพื้นฐานที่เรียกได้ว่าอยู่ในตัวแทบทุกคน
"น้ำเสียงเธอเปี่ยนไป"
น้ำเสียงเธอเปลี่ยนไปครับ...ง่ายมั๊ยครับแค่ฟังแค่นี้แหล่ะง่าย
ๆ แต่การฟังเท่านี้เรายังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
พี่แอนก็จะมาบอกว่า "พี่ไม่ค่อยดีเลย ซึ่งถ้าลองฟังจากน้ำเสียง
และการหายใจ" แล้วนั้น ในหลักของการวินิจฉัยโรคตามหลักธรรมชาติบำบัดนั้นพบว่า
ถ้าบุคคลใดมีเสียงก้องกังวานกว่าปกติและมีแรง
แสดงว่าเป็นโรคแกร่ง
แต่ถ้าหากมีเสียงแผ่วเบา และไม่มีแรง แสดงว่าเป็นโรคพร่อง
แต่ถ้าหายใจเร็ว และอ่อนเบา เป็นโรคพร่องที่เกิดขึ้นอย่างช้า
แต่ถ้าหายใจเร็วมีเสมหะในลำคอ และหายใจดังฟี้
เป็นอาการหอบ
แต่ถ้าหายใจลำบากต้องอ้าปาก ยกไหล่และนอนราบไม่ได้
เป็นอาการหืด
แต่ถ้าไอเสียงทึบ มักเป็นโรคแกร่ง
แต่ถ้าไอเสียงเบา อ่อน ไม่มีแรง มักเป็นโรคพร่อง
แต่ถ้าไอติดต่อกันเป็นชุด เวลาหยุดไอ จะมีเสียงดังฟี้
เป็นโรคไอกรน
ดังนั้นอาการที่เกิดขึ้นกับพี่แอน ถ้าไม่พูดถึงสีหน้า
แววตา แต่พูดถึงเฉพาะการตรวจโรคโดยการฟังเสียงแล้วนั้น
เราก็สามารถวิเคราะห์เบื้องต้นได้ว่า พี่แอนจะมีเสียงที่แผ่วเบา
และไม่มีแรง แต่พยายามจะฝืนตัวเอง ดังนั้นคำตอบที่พบนั้นก็คือ
เป็นโรคพร่อง แต่จะพร่องหยิน หรือ พร่องหยางนั้น
ผมคงต้องใช้การวินิจฉัยโรคอย่างอื่นมาประกอบกันอีก
(ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อ ผมอาจจะถูกหรือผิดก็ได้)
เพราะการรักษาในแนวทางนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญ
ดังนั้นลองอ่านติดต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ แล้ววันหนึ่งท่านจะก็จะพบว่าไม่ต้องถึงมือใคร
ๆ
เราก็สามารถเข้าใจได้เองว่าจะดูแลตัวเองและผู้ที่อยู่รอบข้างอย่างไร
ทำความเข้าใจ "สภาวะพร่องและแกร่ง"
ที่มา : การตรวจโรคทั้งสี่ การฟังเสียงและการสูดดมหน้า
101 -102
|