ในกรณีที่เลือดตามบริเวณขาไหลเวียนไม่สะดวก คนป่วยจะมีอาการปวดร้าวในกล้ามเนื้อ ตั้งแต่สะโพกลงไปถึงฝ่าเท้า ในกรณีเช่นนี้ การใช้น้ำแข็งนวดจะช่วยบรรเทาอาการปวดร้าวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในฤดูร้อน แต่ในฤดูหนาวแล้วข้าพเจ้าไม่ขอแนะนำให้กระทำ เพราะจะเป็นการเสี่ยงต่ออันตราย
ต่อไปนี้ ข้าพเจ้าจะขอพูดถึงวิธีใช้น้ำร้อนรักษาโรค ซึ่งหากใช้เป็นจะเกิดผลดีในหลายกรณี เรามักจะใช้น้ำยาทิงเจอร์ไอโอดีนรักษาบาดแผลต่าง ๆ เมื่อมีอาการบวม ฟกช้ำดำเขียว หรือถลอกปอกเปิก เราใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนทา ในกรณีเช่นนี้หากเราใช้ถุงน้ำอุ่นประคบ ก็มักได้ผลดีเช่นกัน
เวลาเรามีอาการปวดหู เราใช้ทิงเจอร์นั้นมีอันตรายหลายอย่าง เช่น คนไข้บางคนเป็นโรคแพ้ใช้ด้วยไม่ได้ หรือบางรายหยิบยาผิด ดื่มทิงเจอร์ไอโอดีนเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง แต่การใช้น้ำร้อนไม่มีอันตรายดังกล่าว น้ำเดือดมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค เช่นเดียวกับทิงเจอร์ไอโอดีน
ทั้งหมดที่ข้าพเจ้าพูดมานี้ ข้าพเจ้ามิได้หมายความว่าจะใช้น้ำร้อนแทนทิงเจอร์ไอโอดีนได้ในทุกกรณีไป ทิงเจอร์ไอโอดีนเป็นยาขนานหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าถือว่าจำเป็นละมีคุณประโยชน์มากที่สุดแต่มันมีราคาแพง ประชาชนคนธรรมดาสามัญไม่อยู่ในฐานะที่จะซื้อหามาใช้ได้ นอกจากนี้มันไม่ปลอดภัยที่คนทั่วไปจะใช้
ส่วนน้ำนั้นมีอยู่ทุกหน เราไม่ควรดูถูกคุณค่าของน้ำ เพราะเหตุที่มันหาได้ง่าย วิธีเยียวยารักษาความเจ็บไข้ได้ป่วยอันเป็นวิธีพื้นฐานธรรมดา ๆ ที่ใช้กันทั่วไปนั้น บางครั้งมีคุณูปการมหาศาลเปรียบได้เสมือนเป็นพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้ใช้ในยามวิกฤตติก็ว่าได้
ถูกแมงป่องต่อย หากไม่มีวิธีการอื่นใดที่ได้ผลกว่าให้เอาส่วนของร่างกายที่แมงป่องต่อยนั้นแช่ในน้ำร้อน ก็เคยปรากฏว่าช่วยให้ความเจ็บปวดเบาลงได้ไม่น้อย
คนไข้ที่มีอาการชักจนตัวแข็งทื่อ
ข้าพเจ้าเคยใช้ถังใส่น้ำร้อนเดือดจัดไปวางล้อมรอบตัว โดยให้คนไข้ห่อหุ้มร่างกายให้มิดชิดเสียก่อน หรือไม่ก็ให้คนไข้นั่งในห้องที่บรรยากาศอบอวลด้วยไอจากน้ำร้อน ซึ่งจะทำให้เกิดขึ้นด้วยวิธีใดนั้นแล้วแต่จะเป็นไปได้ ถุงยางน้ำร้อนมีประโยชน์มากในกรณีเช่นนี้ แต่โดยทั่วไปมิใช่เป็นของที่จะหาได้ง่าย หากหาถุงยางไม่ได้ จะใช้ขวดแก้วใส่น้ำร้อนแทนก็ได้ แต่ควรระวังอุดจุกให้แน่น และควรใช้ผ้าห่อขวดเสียก่อน โดยเฉพาะต้องระวัง มิให้ขวดเกิดร้าวเมื่อใส่น้ำร้อนลงไป
ไอน้ำ มีประโยชน์มากในการบรรเทาความปวดของโรครูห์มาติคและโรคข้ออักเสบ ไอน้ำมีคุณมาก วิธีที่ง่ายที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในการใช้ไอน้ำรักษาโรคดังต่อไปนี้
หาผ้าห่มสักผืนหนึ่งหรือสองผืน ปูลงบนเตียงนอนที่ถักด้วยเชือกโปร่ง ๆ แต่แน่นหนา วางหม้อหรือภาชนะที่มีน้ำร้อนเดือดสัก 2-3 ใบ ใต้เตียง ให้คนไข้นอนหงายหลังบนเตียง แล้วคลุมร่างกายของคนไข้ด้วยผ้าห่มที่คลุมให้ชายจดถึงพื้นทั้ง 4 ด้าน เพื่อป้องกันมิให้ความร้อนของไอน้ำระเหยออกมาได้ และในขณะเดียวกันอากาศจากภายนอกก็เข้าไปแตะต้องร่างกายของคนไข้ไม่ได้ เปิดฝาหม้อหรือภาชนะที่ขังน้ำร้อน เพื่อให้ไอน้ำระเหยขึ้นไปต้องตัวคนไข้ซึ่งนอนอยู่ระหว่างผ้าห่ม อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำร้อนสักครั้ง 1 หรื 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดความร้อนให้เพียงพอ
ในอินเดียทั่วไป มักจะใช้หม้อหรือภาชนะตั้งบนเตาถ่านที่มีไฟ เพื่อให้มีไอน้ำติดต่อกัน แต่วิธีนี้มีอันตรายเพราะลูกไฟจากถ่านอาจกระเด็นไปติดผ้าห่มทำให้ไฟไหม้ได้ วิธีที่ดีที่สุดเห็นจะได้แก่วิธีที่ข้าพเจ้าพรรณนามาแล้ว เพราะแม้จะยุ่งยากและเหนื่อยหน่อย แต่ก็ปลอดภัย (คานธีเขียน Key to Health เมื่อ ค.ศ.1933)
ในกรณีของคนไข้มีเท้าเย็นและปวดขา ควรจะจัดให้นั่งแช่ขาและเท้าในน้ำอุ่นจนถึงหัวเข่า น้ำควรจะร้อนเท่าที่คนไข้จะทนได้ หากจะผสมผงมัสตาดลงไปในน้ำสักเล็กน้อยก็จะยิ่งดี การเอาขาและเท้าแช่น้ำเช่นนี้ ไม่ควรจะนานกว่า 15 นาที ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทั้งความปวดก็จะบรรเทาลง
เวลาเป็นหวัดและมีอาการเจ็บคอ การใช้ไอน้ำรักษาก็จะช่วยได้มาก
ในกรณีเช่นนี้ควรหากาน้ำที่มีพวย ต้มน้ำให้เดือดมีไอ แล้วให้ไอนั้นระเหยเข้าทางลำคอและจมูก โดยจะหาท่อยางเล็ก ๆ ต่อกับพวยกาเป็นทางเดินของไอน้ำก็ได้ |