ในกรณีของความสัมพันธ์ ของวินัยชิวิต กับระบบโครงสร้างต่าง ๆ ภายในร่างกายท่านจะเห็นได้ว่า ส่วนของสมอง สมองเป็นอวัยวะส่วนที่สำคัญที่สุด
ถ้าเราฟื้นฟูเซลล์ให้มีกระบวนการย่อยตัวของไขมัน หรือ ตัว โพลีเซคาไรด์ ก็คือ
กำลังสำรองที่อยู่ในรูปของแป้ง ที่พร้อมจะเป็นทั้งฮอร์โมน ที่พร้อมจะเป็นน้ำเมือกที่ไป
ห่อหุ้มระบบประสาท และไปดูแลเซลล์สมอง และไขกระดูก ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นไขมันในร่างกายของเรา 60 % ในรูปแบบของแข็งนะค่ะ จะต้องนำไปซ่อมแซมระบบย่อย เพื่อให้อยู่ในรูปของ เล็บ ขน ผม ฟัน หนัง
เพื่อปลายประสาทเหล่านี้ ยังเป็น ปลายประสาทที่แสดงสัญลักษณ์ความเป็นชีวิตของเซลล์ได้
ดังนั้นถ้า เล็บขนผมฟันหนังแข็งแรง ให้รู้ว่าคนเหล่านั้นมีภูมิคุ้มกันดีสิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวข้องกับระบบของสมองโดยตรง เพราะถ้าเมื่อใดสมองแสดงอาการผิดปกติ คือ ปวดหัวบ่อย ๆ ปวดต้นคอ ปวดศรีษะ ปวดไหล่
ตรงนี้เป็นสัญญาณรบกวนด้วยความ ข้นของเลือด หรือขาดน้ำ หรือ อาหารเป็นพิษแล้วแต่ในขณะที่มันเกิดอาการ เช่นนี้แล้ว เราต้องรู้ว่า ตัวที่ดูดซึมอาหารไปเลี้ยงสมองที่เร็วที่สุดก็คือลำไส้ใหญ่ และที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ การขับถ่ายอุจจาระ นั่นสำคัญมาก
เพราะว่า สฟิงเกอร์ ตัวบริเวณที่เรากำลังเลื่อน หรือบีบเอาตัวอุจจาระออกไปนั้นมีส่วนสำคัญในการดูดซึมสารอาหารที่เราเรียกว่า โซเดียมไอออน หรือ คลอไรด์ไอออน ซึ่งดูแลความแข็งแรงของสมองส่วนกลาง
สมองส่วนกลาง ก็คือ สมองที่ดูแลสมองส่วนของความจำความจำได้หมายรู้ เป็นส่วนของความเก็บตัวของข้อมูลต่าง ๆ และก็ผ่านข้อมูลไปยังสมองส่วนของ มอเตอร์โซน ก็คือ การขับเคลื่อนกายและก็ตัวด้านหน้าซึ่งเป็นตัวควบคุม หูตาคอจมูกและสมอง
สมองส่วนด้านหลัง เป็นการควบคุมการรู้สึกตัวตลอดเวลา และไปควบคุมการทำงานของกระดูก และไขกระดูก ในการควบคุมตรงนี้ก็ไม่พ้นระบบของฮอร์โมน
ซึ่งไขมันที่เปลี่ยนรูปไปเป็นฮอร์โมนซึ่งต้องถูกย่อยโดย น้ำย่อยที่อยู่ในตับอ่อน
น้ำย่อยที่อยู่ในตับใหญ่ และน้ำย่อยที่อยู่ในถุงน้ำดี
3 ออร์แกนนี้สำคัญมาก เพราะฉะนั้น
.............สิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ถุงน้ำดี ก็คือ อารมณ์
สิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ตับอ่อน ก็คือ อากาศที่บริสุทธิ์
สิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ตับใหญ่ ก็คือ น้ำอาหาร และของเสียที่น้อย.........
เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กันทั้งหมดเพราะฉะนั้นคำว่า 10 ประการของวินัยจะไปเกี่ยวข้องกับการพัฒนา 3 อวัยวะเหล่านี้ให้แข็งแรง พร้อมจะไปย่อยไขมัน 60 % ของของแข็งในร่างกายให้เปลี่ยนรูปไปดูแล เล็บขน ผมฟันหนัง นั่นก็คือ ระบบภูมิคุ้มกันของเค้ารมีเต็มสมบูรณ์แบบพอดี
แต่ก่อนที่จะเต็มท่านลองดูก่อนซิค่ะว่า สิ่งแวดล้อมที่อยู่ในยุคปัจจุบันเหล่านี้มันเป็นไปไม่ได้เลยเพราะเหตุว่า
หนึ่งเราอยู่กับคลื่น ที่เร่งเร้าให้คนของเรารีบและถ้ารีบมาก ๆ มันก็จะ ดีไฮเดชั่นเมื่อรีบแล้วไม่ได้อย่างใจก็ขัดใจเมื่อขัดใจแล้ว เกิดอะไรขึ้นค่ะ !!! ถุงน้ำดีก็เหี่ยว ตับก็ร้อน น้ำก็ลด การดูดซึมของลำไส้ใหญ่ก็จะลดลงนั่นก็เกิดแก๊สในกระเพาะ และก็เกิดตาพร่ามัว ก็เริ่มปวดต้นคอ เริ่มตึงไหล่และเริ่มข้นในระดับที่ ในเลือดนั้นมีน้ำตาลที่จะเป็นน้ำตาลสำรองที่จะเป็นพลังงาน เปลี่ยนรูปมาเป็นกรดเมื่อเลือดมีสภาพเป็นกรดปุ๊บ เชื้อราก็เริ่มทำงานผิดปกติ และเริ่มปรากฏอยู่ตามผิวหนังของเรา และเมื่อใดที่เรากินน้ำน้อยลงไปอีก แถมยังไปกินอาหารที่มีโปรตีนเกิน มีแป้งเกิน และก็จะอยู่ในรูปของกรดที่มีแอมโมเนีย
ผิวหนังก็เริ่มผุกร่อนและติดเชื้อลุกลามไปถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย
ขั้นตอนเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่เราต้องระวัง โดยเอาวินัย 10 ประการนี้ ค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพของร่างกายตั้งแต่เริ่มเปลี่ยน pH ของร่างกายโดยการดื่มน้ำ
การฝึกการหายใจ และการหลับนอนรวมถึงการได้สัดส่วนของอาหารที่พอดี ก็คือ ผักผลไม้ 80 % เนื้อและ แป้ง 20 % และต้องเข้านอนให้ได้เมื่อดวงอาทิตย์ตก เพราะเมื่อดวงอาทิตย์ตก เลือดเริ่มเป็นรูปไปเป็นด่าง อะดรีนารีนด์ลดลง การเผาผลาญอาหารลดลง การดูดซึมลดลง.....
เพราะฉะนั้นทั้งสามตัวลดลง แต่เรายังไปขับเคลื่อนให้ร่างกายมีสารพิษมากขึ้นโดยการที่เรายังไม่หลับนอนเพื่อให้รางกายได้พัก ร่างกายก็จะเพิ่มสารพิษให้กับตัวเอง
เพราะฉะนั้นนี่คือที่มา นั่นคือ น้ำ นอนทำสมาธิคือนิ่ง ทำอารมณ์ไม่แปรปรวนตลอดเวลาแต่ปัจจัย 10 ประการ
นี้เราเขียนเป็นคลินิกเพื่อให้ผู้ป่วยเอากลับไปทำที่บ้านก็ได้นะค่ะหรือเป็นใบสั่ง ไปเลยนะค่ะว่าผู้ป่วยต้องทำต่อไป
นี้และเฝ้าตรวจดูพฤติกรรมของเค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามสมมุติฐานที่เราตั้งไว้หรือไม่ เมือเปลี่ยนแปลงได้ผลสัมฤทธิ์ผลถามว่าก่อนหน้าการบำบัดกับหลังการบำบัดนี้เป็นความจำเป็นในการเยียวยาผู้ป่วย
บัญญัติ 10 ประการในการบำบัดผู้ป่วย
1. ตื่นนอน 04.00 น. เข้าห้องน้ำ
2. ดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอน 500 cc. (ครึ่งลิตร) เป็นอย่างน้อย
3. ดื่มน้ำโหระพา 250 cc. เช้า กลางวัน เย็น ก่อนอาหารทุกมื้อ
4. ดื่มน้ำข้าวผง (นมธัญพืช) 250 cc.
5. การออกกำลังกาย 05.30 น. 06.00 น.
6. การรับประทานอาหาร
ช่วงเวลาในการรับประทานอาหารเช้า
07.30 น.
กลางวัน 11.30 น.และเย็น ไม่เกิน 17.30 น.
7. ดื่มน้ำทุก ๆ ชั่วโมง 500 cc. เวลา 04.00 น. 20.00 น.
8. เข้านอน ก่อน 21.00 น. หากนอนไม่หลับให้หลับตาและทำสมาธิอยู่กับตัวเอง
9. ขับถ่ายอุจจาระ เวลา 04.00 น. / ก่อน 06.30 น.
10. อากาศ การบำบัดอาการของผู้ป่วยนั้น อากาศสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นสภาพแวดล้อมที่จะำบำบัดตัวเอง
ต้องอยู่ในที่ที่มีอากาศสะอาด คือ ต้องมีออกซิเจน 20 % ไนโตรเจน 79 % และอื่นๆ 1 % ซึ่งจะทำให้การบำบัดได้ผลดียิ่งขึ้น
|